หุ้นดีบี หุ้นและการลงทุน » ความเสี่ยง http://hoondb.com Mon, 11 May 2015 15:54:38 +0000 en-US hourly 1 http://wordpress.org/?v=4.2.15 Beta (ค่าเบต้า) http://hoondb.com/beta-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2/ http://hoondb.com/beta-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments Tue, 08 Oct 2013 18:06:40 +0000 http://hoondb.com/?p=1827 คำว่า “Beta” หมายความว่าอย่างไร? ค่าเบต้า คืออะไร? ค่าเบต้า (Beta) หรือ beta coefficient คือ ตัวเลขที่ได้จากการเปรียบเทียบระหว่างการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น และ การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เบต้าเป็นเครื่องมือชี้วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ค่าเบต้าของหุ้นก็คือค่าความผันผวนของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับตลาดนั่นเอง หุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นที่มีค่าเบต้าสูง ดังนั้น หากสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มาก เราก็ควรคาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหุ้น A ค่าเบต้าเท่ากับ 1 และ หุ้น B มีค่าเบต้าเท่ากับ 2 ผลตอบแทนของหุ้น B ก็ควรมากกว่าหุ้น A ตามสัดส่วนของความเสี่ยงจึงจะสามารถจัดได้ว่าเหมาะสมแก่การลงทุน

ตีความค่าเบต้า (Beta)

เบต้าเท่ากับ 1 คือค่าความผันผวนของตลาด ยกตัวอย่างเช่น หากค่าเบต้าของหุ้นเท่ากับ 2 : ตามทฤษฎีแล้วหากตลาดปรับตัวลง 10% หุ้นดังกล่าวจะตกลง 20% (มีความผันผวนมากกว่าตลาดเป็นสองเท่า) หากค่าเบต้าของหุ้นเท่ากับ 0.5 : ตลาดปรับตัวลง 10% หุ้นดังกล่าวจะปรับตัวลงเพียง 5% (มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดครึ่งนึง) เบต้าสามารถคำนวณได้โดยใช้ Regression analysis (การวิเคราะห์การถดถอย) ตารางด้านล่างแสดงให้เห็นถึงลักษณะต่าง ๆ และความหมายของค่าเบต้า

ค่าเบต้า ความหมาย ตัวอย่าง β < 0 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวทิศทางตรงกันข้ามกับตลาด Short position β = 0 ตัวแปรทั้งสองไม่มีสหสัมพันธ์กัน ราคาหุ้นไม่คำนึงถึงการเคลื่อนไหวของตลาด Risk free asset เช่น พันธบัตรรัฐบาล 0 < β < 1 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับตลาด แต่น้อยกว่าตลาด หุ้นที่ไม่ค่อยมีความผันผวน เช่น หุ้นประเภทตั้งรับ (Defensive stock) β = 1 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดในความผันผวนที่เท่ากัน เป็นหุ้นตัวแทนของตลาด มีเปลี่ยนแปลงของราคา เท่ากับ การเคลื่อนไหวของตลาด β > 1 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาด แต่มากกว่าตลาด หุ้นที่มีความผันผวนสูง เช่นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น

หากลองสังเกตุดูจะเห็นได้ว่ายิ่งค่าเบต้าเยอะความเสี่ยงยิ่งสูงเพราะมีความผันผวนมาก แต่ผลตอบแทนก็สูงขึ้นตามไปด้วย ตามทฤษฎีแล้วถ้าตลาดเป็นช่วงขาขึ้น หากเราสามารถหาจังหวะลงทุนที่เหมาะสมเจอ การถือหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงย่อมให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด (ในช่วงขาขึ้น!) อย่างไรก็ตาม ในช่วงขาลงหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงอาจทำให้คุณเจ็บตัวหนักได้เหมือนกัน การดูค่าเบต้าเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงสามารถช่วยให้เราตัดสินใจลงทุนได้เหมาะกับตัวเอง เช่น นักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงควรลงทุนในหุ้นทีมีค่าเบต้าต่ำ เป็นต้น

ค่าเบต้าสามารถหาดูได้จากที่ไหน

เราสามารถดูค่าเบต้าของหุ้นได้จากหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์หุ้นต่าง ๆ หรือ จากโปรแกรมดูหุ้น เช่น efinance และ Aspen เป็นต้น ด้านล่างเป็นภาพจาก Aspen แสดงให้เห็นถึงค่าเบต้า (Beta) ของหุ้นแต่ละตัว เราสามารถเพิ่มรายชื่อหุ้นเพื่อดูค่าเบต้าได้โดยการพิมพ์ symbol_beta (ชื่อหุ้น_beta) แล้วกด Enter

ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่า Beta ค่าเบต้าเป็นการคำนวณจากข้อมูลในอดีต และเพราะว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน อดีตจึงไม่สามารถสรุปอนาคตได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ ค่าเบต้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หุ้น A มีค่าเบต้าเท่ากับ 1 วันนี้ไม่ได้หมายความว่ามันจะเท่ากับ 1 ตลอดไป สมมุติฐานของการใช้ค่าเบต้าเพื่อบอกความเสี่ยง คือ ตลาดมีประสิทธิภาพและราคาของหุ้นสะท้อนทุกอย่างออกมา แล้วหากว่าหุ้นเกิดตกขึ้นมาโดยที่พื้นฐานของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยล่ะ? กำไรเท่าเดิม ราคาถูกลง แต่ค่าเบต้าสูงขึ้น นั่นหมายความว่าความเสี่ยงมีมากขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า? เพราะว่าราคาไม่ได้ถูกนำเข้ามาคำนวณ หุ้นตัวเดียวกัน ค่าเบต้าเท่ากัน แต่ราคาไม่เท่ากัน จะมีความเสี่ยงเท่ากันหรือไม่? ความเสี่ยงของเบต้ามาจากความผันผวน สมมุติว่านักลงทุนคนหนึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทน 3% ต่อปี ส่วนนักลงทุนอีกคนถือหุ้นบลูชิพที่ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี ให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% ต่อปี เวลาผ่านไป 10 ปี กำไรจริง ๆ หลังจากหักภาษีแล้วของผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่? แม้ว่าความผันผวนจะมีมากแต่นักลงทุนที่ถือหุ้นบลูชิพอยู่ก็มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าในเคสที่ว่าราคาที่ลงทุนนั้นสมเหตุผล ในกรณีนี้สรุปได้ว่าไร้ความเสี่ยงจากความผันผวน แต่มีความเสี่ยงจากการสูญเสียอำนาจการซื้อของเงิน

สรุปเรื่องราวของค่าเบต้า

ในช่วงเศรษฐกิจขาลง: เลือกหุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำหรือถือเป็นเงินสดไว้เพื่อลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา และในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น: เลือกหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงเพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่า แม้ว่าค่าเบต้าจะให้มุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อราคาหุ้น แต่ความเสี่ยงทั้งหมดไม่ได้ถูกสะท้อนออกมาด้วยค่าเบต้า (Beta) เพียงอย่างเดียว ดังนั้นนักลงทุนควรดูข้อมูลอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย ความผันผวนของราคาอาจเป็นความเสี่ยง หรืออาจเป็นโอกาสก็เป็นได้…

]]>
ความหมาย Beta

คำว่า “Beta” หมายความว่าอย่างไร? ค่าเบต้า คืออะไร? ค่าเบต้า (Beta) หรือ beta coefficient คือ ตัวเลขที่ได้จากการเปรียบเทียบระหว่างการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น และ การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เบต้าเป็นเครื่องมือชี้วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ค่าเบต้าของหุ้นก็คือค่าความผันผวนของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับตลาดนั่นเอง หุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นที่มีค่าเบต้าสูง ดังนั้น หากสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มาก เราก็ควรคาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหุ้น A ค่าเบต้าเท่ากับ 1 และ หุ้น B มีค่าเบต้าเท่ากับ 2 ผลตอบแทนของหุ้น B ก็ควรมากกว่าหุ้น A ตามสัดส่วนของความเสี่ยงจึงจะสามารถจัดได้ว่าเหมาะสมแก่การลงทุน


ตีความค่าเบต้า (Beta)

เบต้าเท่ากับ 1 คือค่าความผันผวนของตลาด ยกตัวอย่างเช่น หากค่าเบต้าของหุ้นเท่ากับ 2 : ตามทฤษฎีแล้วหากตลาดปรับตัวลง 10% หุ้นดังกล่าวจะตกลง 20% (มีความผันผวนมากกว่าตลาดเป็นสองเท่า) หากค่าเบต้าของหุ้นเท่ากับ 0.5 : ตลาดปรับตัวลง 10% หุ้นดังกล่าวจะปรับตัวลงเพียง 5% (มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดครึ่งนึง) เบต้าสามารถคำนวณได้โดยใช้ Regression analysis (การวิเคราะห์การถดถอย) ตารางด้านล่างแสดงให้เห็นถึงลักษณะต่าง ๆ และความหมายของค่าเบต้า

ค่าเบต้า ความหมาย ตัวอย่าง
β < 0 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวทิศทางตรงกันข้ามกับตลาด Short position
β = 0 ตัวแปรทั้งสองไม่มีสหสัมพันธ์กัน ราคาหุ้นไม่คำนึงถึงการเคลื่อนไหวของตลาด Risk free asset เช่น พันธบัตรรัฐบาล
0 < β < 1 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับตลาด แต่น้อยกว่าตลาด หุ้นที่ไม่ค่อยมีความผันผวน เช่น หุ้นประเภทตั้งรับ (Defensive stock)
β = 1 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดในความผันผวนที่เท่ากัน เป็นหุ้นตัวแทนของตลาด มีเปลี่ยนแปลงของราคา เท่ากับ การเคลื่อนไหวของตลาด
β > 1 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาด แต่มากกว่าตลาด หุ้นที่มีความผันผวนสูง เช่นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น

หากลองสังเกตุดูจะเห็นได้ว่ายิ่งค่าเบต้าเยอะความเสี่ยงยิ่งสูงเพราะมีความผันผวนมาก แต่ผลตอบแทนก็สูงขึ้นตามไปด้วย ตามทฤษฎีแล้วถ้าตลาดเป็นช่วงขาขึ้น หากเราสามารถหาจังหวะลงทุนที่เหมาะสมเจอ การถือหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงย่อมให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด (ในช่วงขาขึ้น!) อย่างไรก็ตาม ในช่วงขาลงหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงอาจทำให้คุณเจ็บตัวหนักได้เหมือนกัน การดูค่าเบต้าเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงสามารถช่วยให้เราตัดสินใจลงทุนได้เหมาะกับตัวเอง เช่น นักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงควรลงทุนในหุ้นทีมีค่าเบต้าต่ำ เป็นต้น


ค่าเบต้าสามารถหาดูได้จากที่ไหน

เราสามารถดูค่าเบต้าของหุ้นได้จากหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์หุ้นต่าง ๆ หรือ จากโปรแกรมดูหุ้น เช่น efinance และ Aspen เป็นต้น ด้านล่างเป็นภาพจาก Aspen แสดงให้เห็นถึงค่าเบต้า (Beta) ของหุ้นแต่ละตัว เราสามารถเพิ่มรายชื่อหุ้นเพื่อดูค่าเบต้าได้โดยการพิมพ์ symbol_beta (ชื่อหุ้น_beta) แล้วกด Enter

hoondb_beta_aspen


ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่า Beta

  1. ค่าเบต้าเป็นการคำนวณจากข้อมูลในอดีต และเพราะว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน อดีตจึงไม่สามารถสรุปอนาคตได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ ค่าเบต้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หุ้น A มีค่าเบต้าเท่ากับ 1 วันนี้ไม่ได้หมายความว่ามันจะเท่ากับ 1 ตลอดไป
  2. สมมุติฐานของการใช้ค่าเบต้าเพื่อบอกความเสี่ยง คือ ตลาดมีประสิทธิภาพและราคาของหุ้นสะท้อนทุกอย่างออกมา แล้วหากว่าหุ้นเกิดตกขึ้นมาโดยที่พื้นฐานของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยล่ะ? กำไรเท่าเดิม ราคาถูกลง แต่ค่าเบต้าสูงขึ้น นั่นหมายความว่าความเสี่ยงมีมากขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า? เพราะว่าราคาไม่ได้ถูกนำเข้ามาคำนวณ หุ้นตัวเดียวกัน ค่าเบต้าเท่ากัน แต่ราคาไม่เท่ากัน จะมีความเสี่ยงเท่ากันหรือไม่?
  3. ความเสี่ยงของเบต้ามาจากความผันผวน สมมุติว่านักลงทุนคนหนึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทน 3% ต่อปี ส่วนนักลงทุนอีกคนถือหุ้นบลูชิพที่ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี ให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% ต่อปี เวลาผ่านไป 10 ปี กำไรจริง ๆ หลังจากหักภาษีแล้วของผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่? แม้ว่าความผันผวนจะมีมากแต่นักลงทุนที่ถือหุ้นบลูชิพอยู่ก็มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าในเคสที่ว่าราคาที่ลงทุนนั้นสมเหตุผล ในกรณีนี้สรุปได้ว่าไร้ความเสี่ยงจากความผันผวน แต่มีความเสี่ยงจากการสูญเสียอำนาจการซื้อของเงิน

สรุปเรื่องราวของค่าเบต้า

ในช่วงเศรษฐกิจขาลง: เลือกหุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำหรือถือเป็นเงินสดไว้เพื่อลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา และในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น: เลือกหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงเพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่า แม้ว่าค่าเบต้าจะให้มุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อราคาหุ้น แต่ความเสี่ยงทั้งหมดไม่ได้ถูกสะท้อนออกมาด้วยค่าเบต้า (Beta) เพียงอย่างเดียว ดังนั้นนักลงทุนควรดูข้อมูลอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย ความผันผวนของราคาอาจเป็นความเสี่ยง หรืออาจเป็นโอกาสก็เป็นได้…

]]>
http://hoondb.com/beta-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/ 0