หุ้นดีบี หุ้นและการลงทุน » อย่าติดดอย http://hoondb.com Mon, 11 May 2015 15:54:38 +0000 en-US hourly 1 http://wordpress.org/?v=4.2.15 Capital Loss http://hoondb.com/capital-loss/ http://hoondb.com/capital-loss/#comments Sat, 24 Aug 2013 13:30:55 +0000 http://hoondb.com/?p=230 คำว่า “Capital Loss” หมายความว่าอย่างไร? Capital Loss หรือ ผลขาดทุนส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ คือรูปแบบของการขาดทุนที่เกิดได้จากมูลค่าที่ลดลง เกิดเป็นการขาดทุนจากต้นทุน ผลขาดทุนจาก Captial loss สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในบางประเทศตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ Captial Loss มีความหมายตรงข้ามกับ Capital Gain

Capital Gain = (ราคาล่าสุด – ราคาเริ่มต้น) / ราคาเริ่มต้น โดยหากมีผลติดลบจะเรียกว่าเป็น Capital Loss

ยกตัวอย่างการคำนวณ Capital Loss

สมมุติว่าคุณได้ซื้อหุ้นบริษัท ABC เมื่อปีที่แล้วที่ราคา 100 บาท เป็นจำนวน 100,000 หุ้น คิดเป็นเงินทั้งหมด 10,000,000 บาท หนึ่งปีผ่านไป แต่โชคร้าย หุ้น ABC ที่คุณถืออยู่ได้ปรับตัวลงอย่างรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะลงตอไปเรื่อย โดยตอนนี้มีราคาตลาดอยู่ที่ 70 บาท คุณเลยตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดทิ้งเพื่อหยุดการขาดทุน และได้รับเงินกลับมา 100,000 x 70 = 7,000,000 บาท สรุปว่าคุณได้รับผลขาดทุนส่วนต่างจากราคาหุ้น หรือที่เรียกกันว่า Capital Loss ทั้งหมด 3 ล้านบาท คิดเป็น (70 – 100) / 100 หรือ -30%

]]>
ความหมาย Capital Loss

คำว่า “Capital Loss” หมายความว่าอย่างไร? Capital Loss หรือ ผลขาดทุนส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ คือรูปแบบของการขาดทุนที่เกิดได้จากมูลค่าที่ลดลง เกิดเป็นการขาดทุนจากต้นทุน ผลขาดทุนจาก Captial loss สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในบางประเทศตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ Captial Loss มีความหมายตรงข้ามกับ Capital Gain

Capital Gain = (ราคาล่าสุด – ราคาเริ่มต้น) / ราคาเริ่มต้น
โดยหากมีผลติดลบจะเรียกว่าเป็น Capital Loss

ยกตัวอย่างการคำนวณ Capital Loss

สมมุติว่าคุณได้ซื้อหุ้นบริษัท ABC เมื่อปีที่แล้วที่ราคา 100 บาท เป็นจำนวน 100,000 หุ้น คิดเป็นเงินทั้งหมด 10,000,000 บาท หนึ่งปีผ่านไป แต่โชคร้าย หุ้น ABC ที่คุณถืออยู่ได้ปรับตัวลงอย่างรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะลงตอไปเรื่อย โดยตอนนี้มีราคาตลาดอยู่ที่ 70 บาท คุณเลยตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดทิ้งเพื่อหยุดการขาดทุน และได้รับเงินกลับมา 100,000 x 70 = 7,000,000 บาท สรุปว่าคุณได้รับผลขาดทุนส่วนต่างจากราคาหุ้น หรือที่เรียกกันว่า Capital Loss ทั้งหมด 3 ล้านบาท คิดเป็น (70 – 100) / 100 หรือ -30%

]]>
http://hoondb.com/capital-loss/feed/ 0
Cut Loss http://hoondb.com/cut-loss/ http://hoondb.com/cut-loss/#comments Sat, 24 Aug 2013 12:27:21 +0000 http://hoondb.com/?p=250 คำว่า “Cut Loss” หมายความว่าอย่างไร? Cut Loss หรือ คัทลอสคือการตัดขาดทุนหากราคาของหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ ตกเกินกว่าราคาที่กำหนดไว้ (Stop loss) หรือไม่สามารถทนรับการขาดทุน (ราคาที่อาจร่วงลงมากกว่านี้) ได้อีกแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียมากขึ้นไปอีก เลยจำเป็นต้อง Cut loss ซึ่งจุดของการคัทลอสนั้นไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับรูปแบบเทคนิคของนักลงทุนแต่ละคน เช่น 2% สำหรับการเล่นรายวัน หรือ 6% สำหรับรายเดือน อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักลงทุนเอง

โดยหลักการแล้ว การ Cut Loss จะอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเปอร์เซ็นต์ขาดทุนยิ่งเยอะ เพราะการที่จะทำกำไรกลับมาชดเชยเงินทุนที่เสียไปให้กลับมาเท่าเดิมนั้นยากกว่าหากเทียบเป็นเปอร์เซ็น เช่นหาก Cut Loss ที่ 50% คุณจะต้องทำกำไรถึง 100% เพื่อชดเชยเงินทุนที่เสียไปให้กลับมาเท่าเดิม ดังนั้นการคัทลอสที่จำนวนน้อย ๆ เช่น 10% (ชดใช้ที่ 11%) จึงเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่ทั้งนี้ต้องนำปัจจัยอื่น ๆ มาร่วมพิจารณาเพื่อหาจุดที่เหมาะสมของแต่ละสถานการณ์ด้วย

ยกตัวอย่างการใช้งาน: นายเอซื้อหุ้น XXX ที่ราคา 100 บาท และตัดสินใจว่าจะ Cut loss ที่ 3% ซึ่งในเวลาต่อมาราคาหุ้น XXX ลดลงเหลือ 97 บาท หรือลดลง 3% ของทุนนายเอ นายเอจึงทำการขายหุ้น XXX ทิ้งเพื่อคัทลอส

]]>
ความหมายของ “Cut Loss”

คำว่า “Cut Loss” หมายความว่าอย่างไร? Cut Loss หรือ คัทลอสคือการตัดขาดทุนหากราคาของหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ ตกเกินกว่าราคาที่กำหนดไว้ (Stop loss) หรือไม่สามารถทนรับการขาดทุน (ราคาที่อาจร่วงลงมากกว่านี้) ได้อีกแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียมากขึ้นไปอีก เลยจำเป็นต้อง Cut loss ซึ่งจุดของการคัทลอสนั้นไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับรูปแบบเทคนิคของนักลงทุนแต่ละคน เช่น 2% สำหรับการเล่นรายวัน หรือ 6% สำหรับรายเดือน อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักลงทุนเอง

โดยหลักการแล้ว การ Cut Loss จะอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเปอร์เซ็นต์ขาดทุนยิ่งเยอะ เพราะการที่จะทำกำไรกลับมาชดเชยเงินทุนที่เสียไปให้กลับมาเท่าเดิมนั้นยากกว่าหากเทียบเป็นเปอร์เซ็น เช่นหาก Cut Loss ที่ 50% คุณจะต้องทำกำไรถึง 100% เพื่อชดเชยเงินทุนที่เสียไปให้กลับมาเท่าเดิม ดังนั้นการคัทลอสที่จำนวนน้อย ๆ เช่น 10% (ชดใช้ที่ 11%) จึงเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่ทั้งนี้ต้องนำปัจจัยอื่น ๆ มาร่วมพิจารณาเพื่อหาจุดที่เหมาะสมของแต่ละสถานการณ์ด้วย

ยกตัวอย่างการใช้งาน: นายเอซื้อหุ้น XXX ที่ราคา 100 บาท และตัดสินใจว่าจะ Cut loss ที่ 3% ซึ่งในเวลาต่อมาราคาหุ้น XXX ลดลงเหลือ 97 บาท หรือลดลง 3% ของทุนนายเอ นายเอจึงทำการขายหุ้น XXX ทิ้งเพื่อคัทลอส

]]>
http://hoondb.com/cut-loss/feed/ 0
ติดดอย http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/ http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments Wed, 21 Aug 2013 18:15:03 +0000 http://hoondb.com/?p=42 คำว่า “ติดดอย” หมายความว่าอย่างไร? ติดดอยคือการที่ผู้ถือหุ้นได้เก็บหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ไว้ ในขณะที่ราคาหุ้นร่วงลงมาเรื่อย ๆ ยิ่งราคาหุ้นลดลงมากเท่าไหร่ ยิ่งติดดอยสูงเท่านั้น จะขายทิ้งเลยก็ทำไม่ได้เพราะว่าเสียดาย คิดว่าหากขายทิ้งไปยังไงในอนาคตราคาหุ้นก็น่าจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมที่ซื้อไว้ได้ ก็เลยจำใจต้องทนถือหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ เปรียบเทียบได้กับคนที่ติดอยู่บนดอย ทั้งเหงา ทั้งเศร้าและอ้างว้าง ครั้นจะกระโดดลงมาจากดอยก็ทำไม่ได้เพราะสูงเกินไป อาจเจ็บตัวหนัก ทำได้แค่เฝ้ารอคนขึ้นไปรับหรือยอมตายกระโดดลงมา

ดังนั้นอาการ ติดดอย จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เรามักได้ยินนักลงทุนในตลาดพูดว่า อย่าติดดอย! หรือ ระวังติดดอย! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าราคาหุ้นที่เราถืออยู่นั้นอยู่ส่วนใหนของภูเขาแล้ว อาจเป็นยอดดอยในช่วงเวลา 1 เดือนนับจากตอนนี้ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ตีนดอยในอีก 1 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ นักลงทุนบางคนใช้คำว่าว่าติดยอดดอยเอเวอร์เรส หรือติดดอยอยู่ดาวอังคาร ในกรณีที่ราคาหุ้นลดลงไปอย่างรุนแรงจนแทบหมดหวังว่าราคาจะสามารถเด้งกลับมาที่เดิมได้

ยกตัวอย่างการใช้งาน: หุ้นที่นายเอถืออยู่มีมูลค่าลดลงวันละประมาน 3% ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว วันแรกนายเอคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะดีขึ้นเอง เช่นเดียวกับวันที่สองและสาม แต่แล้วพอผ่านไปหลาย ๆ วันเข้านายเอก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าติดดอย

]]>
“ติดดอย” เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับการขาดทุน…

คำว่า “ติดดอย” หมายความว่าอย่างไร? ติดดอยคือการที่ผู้ถือหุ้นได้เก็บหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ไว้ ในขณะที่ราคาหุ้นร่วงลงมาเรื่อย ๆ ยิ่งราคาหุ้นลดลงมากเท่าไหร่ ยิ่งติดดอยสูงเท่านั้น จะขายทิ้งเลยก็ทำไม่ได้เพราะว่าเสียดาย คิดว่าหากขายทิ้งไปยังไงในอนาคตราคาหุ้นก็น่าจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมที่ซื้อไว้ได้ ก็เลยจำใจต้องทนถือหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ เปรียบเทียบได้กับคนที่ติดอยู่บนดอย ทั้งเหงา ทั้งเศร้าและอ้างว้าง ครั้นจะกระโดดลงมาจากดอยก็ทำไม่ได้เพราะสูงเกินไป อาจเจ็บตัวหนัก ทำได้แค่เฝ้ารอคนขึ้นไปรับหรือยอมตายกระโดดลงมา

ดังนั้นอาการ ติดดอย จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เรามักได้ยินนักลงทุนในตลาดพูดว่า อย่าติดดอย! หรือ ระวังติดดอย! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าราคาหุ้นที่เราถืออยู่นั้นอยู่ส่วนใหนของภูเขาแล้ว อาจเป็นยอดดอยในช่วงเวลา 1 เดือนนับจากตอนนี้ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ตีนดอยในอีก 1 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ นักลงทุนบางคนใช้คำว่าว่าติดยอดดอยเอเวอร์เรส หรือติดดอยอยู่ดาวอังคาร ในกรณีที่ราคาหุ้นลดลงไปอย่างรุนแรงจนแทบหมดหวังว่าราคาจะสามารถเด้งกลับมาที่เดิมได้

ยกตัวอย่างการใช้งาน: หุ้นที่นายเอถืออยู่มีมูลค่าลดลงวันละประมาน 3% ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว วันแรกนายเอคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะดีขึ้นเอง เช่นเดียวกับวันที่สองและสาม แต่แล้วพอผ่านไปหลาย ๆ วันเข้านายเอก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าติดดอย

]]>
http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/ 0