Efficient Market (ตลาดที่มีประสิทธิภาพ)


ความหมาย “Market Efficiency”

คำว่า “Market Efficiency” หมายความว่าอย่างไร? ตลาดที่มีประสิทธิภาพ คืออะไร? ตลาดที่มีประสิทธิภาพ หรือ Efficient Market คือ ข้อมูล ข่าวสาร ความเชื่อ ความคาดหวัง และ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้สะท้อนออกมาเป็นราคาตลาด กล่าวคือ ทุกคนสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลทุกอย่างได้เหมือนกัน พร้อมกัน ส่งผลให้ราคาตอบสนองต่อข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นออกมาโดยทันทีเพื่อสะท้อนข้อมูลใหม่ ตัวอย่างของ Efficient Market ที่เป็นที่ถกเถียงกันมานานก็คือตลาดหุ้นนั่นเอง


Efficient Market Hypothesis – EMH

EMH หรือ สมมติฐานประสิทธิภาพของตลาด คือทฤษฎีการลงทุนที่อ้างว่าตลาดการเงินเป็นตลาดที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะตลาด หากตลาดหุ้นนั้นมีประสิทธิภาพ ราคาหุ้นจะสะท้อนถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกมาตลอดเวลา ตามทฤษฎี EMH แล้ว หุ้นในตลาดจะถูกซื้อขายที่มูลค่ายุติธรรมตลอดเวลา ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนจะสามารถซื้อหุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง หรือว่าขายหุ้นที่ราคาเกินความเป็นจริง ดังนั้นนักลงทุนจึงไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าตลาดโดยรวมได้ วิธีเดียวที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าก็คือลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงมากกว่า กล่าวคือ ภายใต้ตลาดที่มีประสิทธิภาพ การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงต้องให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามไปด้วย


ตลาดจะมีประสิทธิภาพได้อย่างไร?

ตลาดต้องใหญ่และมีสภาพคล่องมากพอ ข้อมูลต้องสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และไม่แพง ต้นทุนธุรกรรม (Transaction Cost) ต้องถูกกว่ากำไรที่คาดการณ์ว่าจะได้จากการลงทุน การที่ตลาดจะมีประสิทธิภาพได้นั้นนักลงทุนต้องเห็นว่าตลาดไม่มีประสิทธิภาพเสียก่อน และคิดว่าสามารถที่จะเอาชนะตลาดได้ โดยแผนการลงทุนต่าง ๆ ของนักลงทุนที่พยามจะเอาชนะความไม่มีประสิทธิภาพของตลาดคือสิ่งทำให้ตลาดมีประสิทธิภาพ หากทุกคนเชื่อว่าตลาดมีประสิทธิภาพก็จะไม่มีใครพยามหากำไรเกินกว่าปรกติ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดไม่มีประสิทธิภาพ


ระดับของความมีประสิทธิภาพ

เราสามารถแบ่ง EMH ออกได้เป็น 3 ระดับ คือ สมมติฐานแบบอ่อน สมมติฐานแบบกลาง และ สมมติฐานแบบเข้ม (Weak efficiency, Semi-strong efficiency และ Strong efficiency) โดยทั้งสามระดับมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงระดับที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

  1. Weak Form Efficiency: ไม่มีความได้เปรียบโดยการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต การใช้ Technical analysis เพื่อทำกำไรเกินส่วนเพิ่มไม่สามารถทำได้ ข้อมูลในอดีตไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราผลตอบแทนในอนาคต อดีตและอนาคตเป็นอิสระต่อกันโดยสิ้นเชิง แต่การใช้ Fudamental analysis เพื่อหาหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่า หรือ เกินกว่าพื้นฐานยังคงสามารถทำได้
  2. Semi-Strong Form Efficiency: ข้อมูลทุกอย่างในตลาดที่เป็นสาธารณะสะท้อนออกมาเป็นราคาหุ้นในตลาดโดยทันที ไม่มีความได้เปรียบโดยการวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น Fudamental หรือ Technical analysis ก็ไม่สามารถทำกำไรเกินกว่าปรกติได้
  3. Strong Form Efficiency: ข้อมูลทุกอย่างในตลาดไม่ว่าจะเป็นสาธารณะหรือเป็นส่วนตัวสะท้อนออกมาเป็นราคาหุ้นในตลาด แม้แต่ข้อมูลวงในก็ไม่สามารถทำให้นักลงทุนมีความได้เปรียบ