หุ้นดีบี หุ้นและการลงทุน » ประเภทของต้นทุน http://hoondb.com Mon, 11 May 2015 15:54:38 +0000 en-US hourly 1 http://wordpress.org/?v=4.2.15 Variable Cost (ต้นทุนแปรผัน) http://hoondb.com/variable-cost/ http://hoondb.com/variable-cost/#comments Tue, 20 May 2014 16:17:41 +0000 http://hoondb.com/?p=4470 Variable Cost หรือ ต้นทุนแปรผัน คือ ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต กล่าวคือ เมื่อระดับกิจกรรมเพิ่มขึ้น Variable Cost ก็จะเพิ่มสูงขึ้น และน้อยลงเมื่อระดับกิจกรรมลดลง (ผลิตมาก ต้นทุนมาก ผลิตน้อย ต้นทุนก็น้อย) ซึ่งแตกต่างจาก Fixed Cost ที่ไม่แปรผันไปตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการผลิต

ยกตัวอย่าง: วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าสามารถจัดได้ว่าเป็น Variable Cost เพราะจำนวนของวัตถุดิบที่ต้องใช้นั้นแปรผันอยู่กับปริมาณการผลิต โดยเราสามารถใช้สมการตามนี้เพื่อหาผลรวมของต้นทุนแปรผัน:

Total Variable Cost = จำนวนหน่วยการผลิต * ต้นทุนแปรผันต่อยูนิตของหน่วยที่ผลิต

]]>
ความหมาย Variable Cost

Variable Cost หรือ ต้นทุนแปรผัน คือ ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต กล่าวคือ เมื่อระดับกิจกรรมเพิ่มขึ้น Variable Cost ก็จะเพิ่มสูงขึ้น และน้อยลงเมื่อระดับกิจกรรมลดลง (ผลิตมาก ต้นทุนมาก ผลิตน้อย ต้นทุนก็น้อย) ซึ่งแตกต่างจาก Fixed Cost ที่ไม่แปรผันไปตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการผลิต

ยกตัวอย่าง: วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าสามารถจัดได้ว่าเป็น Variable Cost เพราะจำนวนของวัตถุดิบที่ต้องใช้นั้นแปรผันอยู่กับปริมาณการผลิต โดยเราสามารถใช้สมการตามนี้เพื่อหาผลรวมของต้นทุนแปรผัน:

Total Variable Cost = จำนวนหน่วยการผลิต * ต้นทุนแปรผันต่อยูนิตของหน่วยที่ผลิต

]]>
http://hoondb.com/variable-cost/feed/ 0
Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) http://hoondb.com/fixed-cost/ http://hoondb.com/fixed-cost/#comments Mon, 19 May 2014 18:26:28 +0000 http://hoondb.com/?p=4458 Fixed Cost หรือ ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุนที่ไม่แปรผันไปตามปริมาณของการผลิตหรือจำนวนครั้งของการให้บริการ กล่าวคือ Fixed Cost เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมีผลผลิตหรือไม่ก็ตาม ซึ่งโดยมากแล้วต้นทุนประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับระยะเวลา ยกตัวอย่างเช่น ค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายทุกเดือนโดยไม่คำนึงว่ากิจการจะขายสินค้าหรือบริการได้มากน้อยเพียงใด หรือเงินเดือนของพนักงานที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนเป็นต้น

NOTE: Fixed Cost เป็นต้นทุนคงที่ แต่ไม่คงที่ตลอดไป เพราะในระยะยาวทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา Fixed Cost ตามความหมายแล้วจึงเป็นต้นทุนคงที่แค่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

]]>
ความหมาย Fixed Cost

Fixed Cost หรือ ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุนที่ไม่แปรผันไปตามปริมาณของการผลิตหรือจำนวนครั้งของการให้บริการ กล่าวคือ Fixed Cost เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมีผลผลิตหรือไม่ก็ตาม ซึ่งโดยมากแล้วต้นทุนประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับระยะเวลา ยกตัวอย่างเช่น ค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายทุกเดือนโดยไม่คำนึงว่ากิจการจะขายสินค้าหรือบริการได้มากน้อยเพียงใด หรือเงินเดือนของพนักงานที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนเป็นต้น

NOTE: Fixed Cost เป็นต้นทุนคงที่ แต่ไม่คงที่ตลอดไป เพราะในระยะยาวทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา Fixed Cost ตามความหมายแล้วจึงเป็นต้นทุนคงที่แค่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

]]>
http://hoondb.com/fixed-cost/feed/ 0
Opportunity Cost (ต้นทุนค่าเสียโอกาส) http://hoondb.com/opportunity-cost-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/ http://hoondb.com/opportunity-cost-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/#comments Wed, 06 Nov 2013 15:59:36 +0000 http://hoondb.com/?p=2959 คำว่า “Opportunity Cost” หมายความว่าอย่างไร? ต้นทุนค่าเสียโอกาส คืออะไร? Opportunity Cost (ต้นทุนค่าเสียโอกาส) คือ มูลค่าผลตอบแทนของทางเลือกอื่นที่ต้องถูกทิ้งไปเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เลือกไว้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการทำตัวเลือกอื่นนั่นเอง Opportunity Cost หรือ ต้นทุนค่าเสียโอกาส จึงเป็นต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นต้นทุนที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการตัดสินใจเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การคำนวณหา Opportunity Cost เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สมมุติขึ้นมานั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง

ยกตัวอย่างเช่น คุณเป็นนักร้องหรือนักแสดงที่โด่งดังมาก มีค่าตัววันละ 50,000 บาท ถ้าคุณเลือกที่จะหยุดงานซักวันแล้วอยู่บ้านดูทีวีขึ้นมา ค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost ของคุณก็จะเท่ากับ 50,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากคุณเลือกที่จะไปทำงาน ค่าเสียโอกาสของคุณก็คือการอยู่บ้านดูทีวี และไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน ค่าเสียโอกาสของทางเลือกอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้น ค่าเสียโอกาศที่แท้จริงก็คือผลตอบแทนที่ดีที่สุดในบรรดาตัวเลือกที่เราได้สละทิ้งไป โดยเงินอาจเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ใช้ในการวัดและพิจารณา Opportunity Cost

]]>
ความหมาย “Opportunity Cost”

คำว่า “Opportunity Cost” หมายความว่าอย่างไร? ต้นทุนค่าเสียโอกาส คืออะไร? Opportunity Cost (ต้นทุนค่าเสียโอกาส) คือ มูลค่าผลตอบแทนของทางเลือกอื่นที่ต้องถูกทิ้งไปเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เลือกไว้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการทำตัวเลือกอื่นนั่นเอง Opportunity Cost หรือ ต้นทุนค่าเสียโอกาส จึงเป็นต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นต้นทุนที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการตัดสินใจเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การคำนวณหา Opportunity Cost เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สมมุติขึ้นมานั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง

ยกตัวอย่างเช่น คุณเป็นนักร้องหรือนักแสดงที่โด่งดังมาก มีค่าตัววันละ 50,000 บาท ถ้าคุณเลือกที่จะหยุดงานซักวันแล้วอยู่บ้านดูทีวีขึ้นมา ค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost ของคุณก็จะเท่ากับ 50,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากคุณเลือกที่จะไปทำงาน ค่าเสียโอกาสของคุณก็คือการอยู่บ้านดูทีวี และไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน ค่าเสียโอกาสของทางเลือกอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้น ค่าเสียโอกาศที่แท้จริงก็คือผลตอบแทนที่ดีที่สุดในบรรดาตัวเลือกที่เราได้สละทิ้งไป โดยเงินอาจเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ใช้ในการวัดและพิจารณา Opportunity Cost

]]>
http://hoondb.com/opportunity-cost-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/ 0
Sunk Cost (ต้นทุนจม) http://hoondb.com/sunk-cost-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a1/ http://hoondb.com/sunk-cost-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a1/#comments Wed, 30 Oct 2013 08:00:39 +0000 http://hoondb.com/?p=2858 คำว่า “Sunk Cost” หมายความว่าอย่างไร? ต้นทุนจม คืออะไร? Sunk Cost (ต้นทุนจม) คือ ต้นทุนที่เราได้จ่ายไปแล้วและไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ Sunk Cost คือต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นอิสระจากเหตุการณ์อะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กล่าวคือ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้นทุนส่วนนี้ก็ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ต้นทุนจม”

สมมุติว่าบริษัทตัดสินใจลงทุนเปิดโรงงานใหม่เพื่อเพิ่มยอดการผลิตของสินค้าอะไรบางอย่างให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ในระหว่างการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสามารถถือได้ว่าเป็น Sunk Cost (ต้นทุนจม) เพราะว่าไม่สามารถเรียกต้นทุนกลับคืนมาได้ ผู้บริหารต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการสร้างต่อให้เสร็จเพื่อช่วยให้บริษัทถอนต้นทุนที่จมไปคืนกลับมาหรือยอมถอยออกมา ในทางทฤษฎีต้นทุนจมไม่มีผลและไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน ต้นทุนอนาคตเท่านั้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ในความเป็นจริงแล้ว ต้นทุนจม หรือ Sunk Cost กลับมีผลต่อการตัดสินใจเพราะคนเรามีแนวโน้มที่จะเกลียดการสูญเสีย (loss aversion) ยกตัวอย่างเช่น หากคุณจองตั๋วคอนเสิร์ตล่วงหน้าไว้ แล้วโชคร้ายคุณเกิดป่วยขึ้นมาวันนั้นพอดี แต่คุณเลือกที่จะไปด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเสียเงินไปฟรีๆ ไม่ว่าจะในกรณีไหนก็ตาม คุณได้เสียเงินไปแล้ว (เป็นต้นทุนจม) แต่ถ้าไปแล้วไม่สนุกหรือไม่มีความสุขล่ะ เราสมควรไปดูคอนเสิร์ตหรือไม่สมควรกันแน่? หรือแม้แต่อาหารที่เราสั่งมา หากอิ่มแล้วคุณจะยังฝืนกินต่อไปให้หมดหรือไม่? ซึ่งหากคุณไม่กินต่ออาหารที่เหลือเหล่านั้นก็จะถูกโยนทิ้งไป

]]>
ความหมาย “Sunk Cost”

คำว่า “Sunk Cost” หมายความว่าอย่างไร? ต้นทุนจม คืออะไร? Sunk Cost (ต้นทุนจม) คือ ต้นทุนที่เราได้จ่ายไปแล้วและไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ Sunk Cost คือต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นอิสระจากเหตุการณ์อะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กล่าวคือ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้นทุนส่วนนี้ก็ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ต้นทุนจม

สมมุติว่าบริษัทตัดสินใจลงทุนเปิดโรงงานใหม่เพื่อเพิ่มยอดการผลิตของสินค้าอะไรบางอย่างให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ในระหว่างการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสามารถถือได้ว่าเป็น Sunk Cost (ต้นทุนจม) เพราะว่าไม่สามารถเรียกต้นทุนกลับคืนมาได้ ผู้บริหารต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการสร้างต่อให้เสร็จเพื่อช่วยให้บริษัทถอนต้นทุนที่จมไปคืนกลับมาหรือยอมถอยออกมา ในทางทฤษฎีต้นทุนจมไม่มีผลและไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน ต้นทุนอนาคตเท่านั้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ในความเป็นจริงแล้ว ต้นทุนจม หรือ Sunk Cost กลับมีผลต่อการตัดสินใจเพราะคนเรามีแนวโน้มที่จะเกลียดการสูญเสีย (loss aversion) ยกตัวอย่างเช่น หากคุณจองตั๋วคอนเสิร์ตล่วงหน้าไว้ แล้วโชคร้ายคุณเกิดป่วยขึ้นมาวันนั้นพอดี แต่คุณเลือกที่จะไปด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเสียเงินไปฟรีๆ ไม่ว่าจะในกรณีไหนก็ตาม คุณได้เสียเงินไปแล้ว (เป็นต้นทุนจม) แต่ถ้าไปแล้วไม่สนุกหรือไม่มีความสุขล่ะ เราสมควรไปดูคอนเสิร์ตหรือไม่สมควรกันแน่? หรือแม้แต่อาหารที่เราสั่งมา หากอิ่มแล้วคุณจะยังฝืนกินต่อไปให้หมดหรือไม่? ซึ่งหากคุณไม่กินต่ออาหารที่เหลือเหล่านั้นก็จะถูกโยนทิ้งไป

]]>
http://hoondb.com/sunk-cost-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a1/feed/ 0