หุ้นดีบี หุ้นและการลงทุน » ศัพท์แสลง http://hoondb.com Mon, 11 May 2015 15:54:38 +0000 en-US hourly 1 http://wordpress.org/?v=4.2.15 แมงเม่า http://hoondb.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2/ http://hoondb.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments Fri, 23 Aug 2013 16:21:17 +0000 http://hoondb.com/?p=78 คำว่า “แมงเม่า” หมายความว่าอย่างไร? ต้องอธิบายก่อนว่าแมลงเม่าเป็นแมลงชนิดหนึ่ง (มี 6 ขาจึงเรียกว่าแมลง) ที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่าปลวก มันมีพฤติกรรม (ของสัตว์) บินเข้าหาแสงไฟโดยไม่สนใจว่าจะเป็นแสงอะไร ในตลาดหุ้นเราเรียกนักลงทุนรายย่อยที่ขาดประสบการณ์ว่า “แมงเม่า” เปรียบเทียบได้กับแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟและก็ต้องตายไปในที่สุด

ดังนั้นคำว่า แมงเม่า จึงใช้เรียกนักเล่นหุ้นที่ขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนต้องออกจากตลาด เพราะหากไม่ขาดทุนย่อมแปลว่าเป็นคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการเล่นหรือลงทุน ลักษณะพฤติกรรมของแมงเม่าหุ้นนั้นมีมากมาย แต่สิ่งที่บ่งบอกได้ชัดถึงความเป็นแมงเม่าก็คือ การไม่ศึกษาหาความรู้ก่อนลงมือเล่นหุ้น เล่นแบบมั่ว ๆ ใช้อารมณ์และเชื่อข่าวจากคนอื่นเป็นหลัก ซึ่งหากคุณมีลักษณะพฤติกรรมและคุณสมบัติที่เป็นแมงเม่าแล้ว ยังไงซักวันนึงก็ต้องเผลอหลงบินเข้ากองไฟอยู่ดี

ยกตัวอย่างการใช้งาน: แมงเม่าชอบขายทำกำไรเร็ว ๆ แทนที่จะปล่อยให้ผลกำไรวิ่งต่อไป ในขณะที่เวลาเสียไม่ยอมขาย ปล่อยขาดทุนไปเรื่อย ๆ และในที่สุดก็ตัดใจขาย (Cut loss) ตอนราคาใกล้จุดต่ำสุด

ยกตัวอย่างวงจรแห่งความล้มเหลวของแมงเม่า: ขายหมู -> ตกรถ -> ซื้อคืนตอนราคาสูง -> ติดดอย -> ซื้อถัวเฉลี่ย -> ถัวอีก -> ขายล้างพอร์ต -> ซื้อคืนตอนราคาเด้ง -> แล้วก็ย้อนกลับไปขายหมู

]]>
“แมงเม่า” เป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกนักเล่นหุ้น…

คำว่า “แมงเม่า” หมายความว่าอย่างไร? ต้องอธิบายก่อนว่าแมลงเม่าเป็นแมลงชนิดหนึ่ง (มี 6 ขาจึงเรียกว่าแมลง) ที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่าปลวก มันมีพฤติกรรม (ของสัตว์) บินเข้าหาแสงไฟโดยไม่สนใจว่าจะเป็นแสงอะไร ในตลาดหุ้นเราเรียกนักลงทุนรายย่อยที่ขาดประสบการณ์ว่า “แมงเม่า” เปรียบเทียบได้กับแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟและก็ต้องตายไปในที่สุด

ดังนั้นคำว่า แมงเม่า จึงใช้เรียกนักเล่นหุ้นที่ขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนต้องออกจากตลาด เพราะหากไม่ขาดทุนย่อมแปลว่าเป็นคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการเล่นหรือลงทุน ลักษณะพฤติกรรมของแมงเม่าหุ้นนั้นมีมากมาย แต่สิ่งที่บ่งบอกได้ชัดถึงความเป็นแมงเม่าก็คือ การไม่ศึกษาหาความรู้ก่อนลงมือเล่นหุ้น เล่นแบบมั่ว ๆ ใช้อารมณ์และเชื่อข่าวจากคนอื่นเป็นหลัก ซึ่งหากคุณมีลักษณะพฤติกรรมและคุณสมบัติที่เป็นแมงเม่าแล้ว ยังไงซักวันนึงก็ต้องเผลอหลงบินเข้ากองไฟอยู่ดี

ยกตัวอย่างการใช้งาน: แมงเม่าชอบขายทำกำไรเร็ว ๆ แทนที่จะปล่อยให้ผลกำไรวิ่งต่อไป ในขณะที่เวลาเสียไม่ยอมขาย ปล่อยขาดทุนไปเรื่อย ๆ และในที่สุดก็ตัดใจขาย (Cut loss) ตอนราคาใกล้จุดต่ำสุด

ยกตัวอย่างวงจรแห่งความล้มเหลวของแมงเม่า: ขายหมู -> ตกรถ -> ซื้อคืนตอนราคาสูง -> ติดดอย -> ซื้อถัวเฉลี่ย -> ถัวอีก -> ขายล้างพอร์ต -> ซื้อคืนตอนราคาเด้ง -> แล้วก็ย้อนกลับไปขายหมู

]]>
http://hoondb.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/ 0
ตกรถ http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%96/ http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%96/#comments Thu, 22 Aug 2013 08:54:42 +0000 http://hoondb.com/?p=67 คำว่า “ตกรถ” หมายความว่าอย่างไร? ตกรถคือการที่หุ้นขึ้นโดยที่ไม่มีเรา นั่นก็หมายความว่าเราไม่ได้ถือหุ้น ไม่มีหุ้นตัวที่ราคาได้ปรับขึ้นไปแล้ว แสดงว่าเราได้ตกรถไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง อาจตีความได้ว่าเสียโอกาสในการทำกำไร รถที่กำลังออกเดินทางนั้นเปรียบเสมือนราคาของหุ้นที่กำลังวิ่งขึ้น หากราคายังวิ่งขึ้นไปไม่ไกลมากก็อาจกระโดดขึ้นรถทัน แต่ถ้าราคาวิ่งไปสูงแล้ว นักเล่นหุ้นก็อาจทำได้เพียงแค่นั่งรอให้ราคาปรับตัวลงมา หรือ “รอรถ” วนกลับมารับ เพราะเกรงว่าหากรีบกระโดดขึ้นไปจะติดดอย

ดังนั้นการ ตกรถ จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่าตกรถ! ระวังตกรถ! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกว่าราคาหุ้นที่เรามองอยู่นั้นจะวิ่งขึ้นไปในอนาคตได้หรือเปล่า อาจจะตกก็ได้? การ “กระโดดลงจากรถ” (รีบขายหุ้นทิ้ง) แล้วรถวิ่งต่อนั้นมีความหมายเหมือนกับการขายหมู

ยกตัวอย่างการใช้งาน: นายเอได้รับข่าวลือมาว่าราคาหุ้น XXX จะดีดขึ้นไปเกิน 30% ในวันพรุ่งนี้ แต่ก็ยังลังเลว่าจะซื้อดีหรือเปล่า เพราะถ้าข่าวเกิดเป็นจริงขึ้นมาก็คงตกรถ…

]]>
“ตกรถ” เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับการเสียโอกาส…

คำว่า “ตกรถ” หมายความว่าอย่างไร? ตกรถคือการที่หุ้นขึ้นโดยที่ไม่มีเรา นั่นก็หมายความว่าเราไม่ได้ถือหุ้น ไม่มีหุ้นตัวที่ราคาได้ปรับขึ้นไปแล้ว แสดงว่าเราได้ตกรถไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง อาจตีความได้ว่าเสียโอกาสในการทำกำไร รถที่กำลังออกเดินทางนั้นเปรียบเสมือนราคาของหุ้นที่กำลังวิ่งขึ้น หากราคายังวิ่งขึ้นไปไม่ไกลมากก็อาจกระโดดขึ้นรถทัน แต่ถ้าราคาวิ่งไปสูงแล้ว นักเล่นหุ้นก็อาจทำได้เพียงแค่นั่งรอให้ราคาปรับตัวลงมา หรือ “รอรถ” วนกลับมารับ เพราะเกรงว่าหากรีบกระโดดขึ้นไปจะติดดอย

ดังนั้นการ ตกรถ จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่าตกรถ! ระวังตกรถ! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกว่าราคาหุ้นที่เรามองอยู่นั้นจะวิ่งขึ้นไปในอนาคตได้หรือเปล่า อาจจะตกก็ได้? การ “กระโดดลงจากรถ” (รีบขายหุ้นทิ้ง) แล้วรถวิ่งต่อนั้นมีความหมายเหมือนกับการขายหมู

ยกตัวอย่างการใช้งาน: นายเอได้รับข่าวลือมาว่าราคาหุ้น XXX จะดีดขึ้นไปเกิน 30% ในวันพรุ่งนี้ แต่ก็ยังลังเลว่าจะซื้อดีหรือเปล่า เพราะถ้าข่าวเกิดเป็นจริงขึ้นมาก็คงตกรถ…

]]>
http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed/ 0
ติดดอย http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/ http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments Wed, 21 Aug 2013 18:15:03 +0000 http://hoondb.com/?p=42 คำว่า “ติดดอย” หมายความว่าอย่างไร? ติดดอยคือการที่ผู้ถือหุ้นได้เก็บหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ไว้ ในขณะที่ราคาหุ้นร่วงลงมาเรื่อย ๆ ยิ่งราคาหุ้นลดลงมากเท่าไหร่ ยิ่งติดดอยสูงเท่านั้น จะขายทิ้งเลยก็ทำไม่ได้เพราะว่าเสียดาย คิดว่าหากขายทิ้งไปยังไงในอนาคตราคาหุ้นก็น่าจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมที่ซื้อไว้ได้ ก็เลยจำใจต้องทนถือหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ เปรียบเทียบได้กับคนที่ติดอยู่บนดอย ทั้งเหงา ทั้งเศร้าและอ้างว้าง ครั้นจะกระโดดลงมาจากดอยก็ทำไม่ได้เพราะสูงเกินไป อาจเจ็บตัวหนัก ทำได้แค่เฝ้ารอคนขึ้นไปรับหรือยอมตายกระโดดลงมา

ดังนั้นอาการ ติดดอย จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เรามักได้ยินนักลงทุนในตลาดพูดว่า อย่าติดดอย! หรือ ระวังติดดอย! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าราคาหุ้นที่เราถืออยู่นั้นอยู่ส่วนใหนของภูเขาแล้ว อาจเป็นยอดดอยในช่วงเวลา 1 เดือนนับจากตอนนี้ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ตีนดอยในอีก 1 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ นักลงทุนบางคนใช้คำว่าว่าติดยอดดอยเอเวอร์เรส หรือติดดอยอยู่ดาวอังคาร ในกรณีที่ราคาหุ้นลดลงไปอย่างรุนแรงจนแทบหมดหวังว่าราคาจะสามารถเด้งกลับมาที่เดิมได้

ยกตัวอย่างการใช้งาน: หุ้นที่นายเอถืออยู่มีมูลค่าลดลงวันละประมาน 3% ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว วันแรกนายเอคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะดีขึ้นเอง เช่นเดียวกับวันที่สองและสาม แต่แล้วพอผ่านไปหลาย ๆ วันเข้านายเอก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าติดดอย

]]>
“ติดดอย” เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับการขาดทุน…

คำว่า “ติดดอย” หมายความว่าอย่างไร? ติดดอยคือการที่ผู้ถือหุ้นได้เก็บหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ไว้ ในขณะที่ราคาหุ้นร่วงลงมาเรื่อย ๆ ยิ่งราคาหุ้นลดลงมากเท่าไหร่ ยิ่งติดดอยสูงเท่านั้น จะขายทิ้งเลยก็ทำไม่ได้เพราะว่าเสียดาย คิดว่าหากขายทิ้งไปยังไงในอนาคตราคาหุ้นก็น่าจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมที่ซื้อไว้ได้ ก็เลยจำใจต้องทนถือหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ เปรียบเทียบได้กับคนที่ติดอยู่บนดอย ทั้งเหงา ทั้งเศร้าและอ้างว้าง ครั้นจะกระโดดลงมาจากดอยก็ทำไม่ได้เพราะสูงเกินไป อาจเจ็บตัวหนัก ทำได้แค่เฝ้ารอคนขึ้นไปรับหรือยอมตายกระโดดลงมา

ดังนั้นอาการ ติดดอย จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เรามักได้ยินนักลงทุนในตลาดพูดว่า อย่าติดดอย! หรือ ระวังติดดอย! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าราคาหุ้นที่เราถืออยู่นั้นอยู่ส่วนใหนของภูเขาแล้ว อาจเป็นยอดดอยในช่วงเวลา 1 เดือนนับจากตอนนี้ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ตีนดอยในอีก 1 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ นักลงทุนบางคนใช้คำว่าว่าติดยอดดอยเอเวอร์เรส หรือติดดอยอยู่ดาวอังคาร ในกรณีที่ราคาหุ้นลดลงไปอย่างรุนแรงจนแทบหมดหวังว่าราคาจะสามารถเด้งกลับมาที่เดิมได้

ยกตัวอย่างการใช้งาน: หุ้นที่นายเอถืออยู่มีมูลค่าลดลงวันละประมาน 3% ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว วันแรกนายเอคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะดีขึ้นเอง เช่นเดียวกับวันที่สองและสาม แต่แล้วพอผ่านไปหลาย ๆ วันเข้านายเอก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าติดดอย

]]>
http://hoondb.com/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/ 0
ขายหมู http://hoondb.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/ http://hoondb.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/#comments Wed, 21 Aug 2013 13:36:49 +0000 http://hoondb.com/?p=7 คำว่า “ขายหมู” หมายความว่าอย่างไร? ขายหมูคือการที่ผู้ถือหุ้นได้ขายหุ้นที่ตัวเองถืออยู่เพื่อทำกำไร แต่แล้วหุ้นที่ขายไปกลับมีราคาที่พุ่งสูงขึ้นกว่าตอนที่ขายไปเรื่อย ๆ ทำให้ได้กำไรน้อยกว่าที่สมควรจะได้ นั่นหมายความว่าหากถือหุ้นต่อไปโดยที่ยังไม่ขายจะทำให้มีกำไรมากกว่าเดิมเยอะ หรือเรียกได้ว่าขายหุ้นไปในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าของมัน เปรียบเทียบได้กับการขายหมูตัวเล็ก ๆ หากเก็บไว้เจ้าหมูที่เลี้ยงก็จะเติบโตอ้วนท้วนสมบูรณ์ และสามรถขายไปได้ในราคาที่ดีกว่า

ดังนั้นการ ขายหมู จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่าขายหมู! ห้ามขายหมู! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกว่าหุ้นที่เราถืออยู่ จะเติบโตกลายเป็นหมูตัวใหญ่ๆ เนื้อเยอะๆ ขายได้ราคางามๆ ในอนาคตได้หรือเปล่า

ยกตัวอย่างการใช้งาน: นายเอตัดสินใจขายหุ้น XXX ไปในราคา 18 บาท แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานราคา หุ้น XXX ได้พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 20 บาท สรุปได้ว่า นายเอขายหมู

]]>
“ขายหมู” เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับการขายหุ้น…

คำว่า “ขายหมู” หมายความว่าอย่างไร? ขายหมูคือการที่ผู้ถือหุ้นได้ขายหุ้นที่ตัวเองถืออยู่เพื่อทำกำไร แต่แล้วหุ้นที่ขายไปกลับมีราคาที่พุ่งสูงขึ้นกว่าตอนที่ขายไปเรื่อย ๆ ทำให้ได้กำไรน้อยกว่าที่สมควรจะได้ นั่นหมายความว่าหากถือหุ้นต่อไปโดยที่ยังไม่ขายจะทำให้มีกำไรมากกว่าเดิมเยอะ หรือเรียกได้ว่าขายหุ้นไปในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าของมัน เปรียบเทียบได้กับการขายหมูตัวเล็ก ๆ หากเก็บไว้เจ้าหมูที่เลี้ยงก็จะเติบโตอ้วนท้วนสมบูรณ์ และสามรถขายไปได้ในราคาที่ดีกว่า

ดังนั้นการ ขายหมู จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่าขายหมู! ห้ามขายหมู! แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราไม่สามารถมั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกว่าหุ้นที่เราถืออยู่ จะเติบโตกลายเป็นหมูตัวใหญ่ๆ เนื้อเยอะๆ ขายได้ราคางามๆ ในอนาคตได้หรือเปล่า

ยกตัวอย่างการใช้งาน: นายเอตัดสินใจขายหุ้น XXX ไปในราคา 18 บาท แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานราคา หุ้น XXX ได้พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 20 บาท สรุปได้ว่า นายเอขายหมู

]]>
http://hoondb.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/feed/ 0