หุ้นดีบี หุ้นและการลงทุน » Patterns http://hoondb.com Mon, 11 May 2015 15:54:38 +0000 en-US hourly 1 http://wordpress.org/?v=4.2.15 Symmetrical Triangle http://hoondb.com/symmetrical-triangle/ http://hoondb.com/symmetrical-triangle/#comments Mon, 20 Oct 2014 13:06:00 +0000 http://hoondb.com/?p=7256 Symmetrical Triangle หรือ สามเหลี่ยมแบบสมมาตร คือ การฟอร์มตัวเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมที่มีความสมดุล โดยที่การแกว่งตัวของราคามีลักษณะบีบแคบลงเรื่อย ๆ เป็นการวิ่งแบบ Sideway ที่มีกรอบ (Boundary lines) ด้านบนเอียงลง และกรอบด้านล่างเอียงขึ้น กล่าวคือ ราคาจะต้องทำทั้ง Lower High และ Higher Low มุ่งหน้าเข้าสู่ปลายของสามเหลี่ยม โดยมีข้อกำหนดคือต้องมีการกลับตัวของราคาอย่างน้อย 4 ครั้ง ยกตัวอย่างเช่น (1) ราคาขึ้นไปจุดสูงสุด (2) ตีกลับลงมา (3) แล้วขึ้นไปทำ Lower High (4) ก่อนลงมาทำ Higher Low และเด้งกลับขึ้นมาอีกทีเพื่อยืนยันว่าเป็น Higher Low จริง ๆ ก่อนที่เราจะสามารถตีกรอบได้ อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเราอาจพิจารณาตีกรอบใหม่ในกรณีที่ราคาหลุดออกไปแต่ยังไม่เลือกทางที่ชัดเจน

 

The Next Move

การเกิดขึ้นของ Symmetrical Triangle แสดงให้เห็นถึงความลังเลของตลาดที่ยังไม่สามารถเลือกทิศทางได้ ดังนั้น การคาดการณ์ทิศทางที่ตลาดจะดำเนินต่อจึงยังไม่สามารถทำได้ จนกว่าราคาจะ Breakout ออกมาจากแพทเทิร์น ซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นไปตามทิศทางเดียวกับเทรนด์ก่อนหน้านี้ Symmetrical Triangle จึงมักถูกจัดให้เป็น Continuation Patterns แต่ก็สามารถเป็น Reversal Patterns ได้เช่นเดียวกัน

Breakout, Volume and Target

False moves เกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับแพทเทิร์นแบบอื่น ๆ การตัดสินใจซื้อขายเพียงเพราะราคาหลุดออกจากกรอบเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ โดยในเบื้องต้นอาจใช้ 3% เป็นเกณฑ์โดยประมาณ ทั้งนี้ เราควรดู Volume ประกอบเพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยยืนยันด้วย โดยเฉพาะหากเป็นการทะลุกรอบด้านบน จะต้องมี Volume ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เราสามารถวัดราคาเป้าหมายได้โดยการใช้ส่วนที่กว้างที่สุดของ Symmetrical Triangle (ความสูงของส่วนฐานวัดจากกรอบล่างถึงกรอบบน) เป็นระยะเป้าหมายนับจากจุดที่มีการ Breakout อย่างไรก็ตาม ข้อควรสังเกตของ Symmetrical Triangle คือหากราคาวิ่งออกข้างนานจนเกินไป (เข้าสู่ส่วนปลายของสามเหลี่ยม) แรงส่งที่จะทำให้ราคาดีดออกก็มักจะยิ่งมีน้อยลงตามไปด้วย

]]>
Symmetrical Triangle

Symmetrical Triangle หรือ สามเหลี่ยมแบบสมมาตร คือ การฟอร์มตัวเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมที่มีความสมดุล โดยที่การแกว่งตัวของราคามีลักษณะบีบแคบลงเรื่อย ๆ เป็นการวิ่งแบบ Sideway ที่มีกรอบ (Boundary lines) ด้านบนเอียงลง และกรอบด้านล่างเอียงขึ้น กล่าวคือ ราคาจะต้องทำทั้ง Lower High และ Higher Low มุ่งหน้าเข้าสู่ปลายของสามเหลี่ยม โดยมีข้อกำหนดคือต้องมีการกลับตัวของราคาอย่างน้อย 4 ครั้ง ยกตัวอย่างเช่น (1) ราคาขึ้นไปจุดสูงสุด (2) ตีกลับลงมา (3) แล้วขึ้นไปทำ Lower High (4) ก่อนลงมาทำ Higher Low และเด้งกลับขึ้นมาอีกทีเพื่อยืนยันว่าเป็น Higher Low จริง ๆ ก่อนที่เราจะสามารถตีกรอบได้ อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเราอาจพิจารณาตีกรอบใหม่ในกรณีที่ราคาหลุดออกไปแต่ยังไม่เลือกทางที่ชัดเจน

symmetrical triangle_Hoondb

 

The Next Move

การเกิดขึ้นของ Symmetrical Triangle แสดงให้เห็นถึงความลังเลของตลาดที่ยังไม่สามารถเลือกทิศทางได้ ดังนั้น การคาดการณ์ทิศทางที่ตลาดจะดำเนินต่อจึงยังไม่สามารถทำได้ จนกว่าราคาจะ Breakout ออกมาจากแพทเทิร์น ซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นไปตามทิศทางเดียวกับเทรนด์ก่อนหน้านี้ Symmetrical Triangle จึงมักถูกจัดให้เป็น Continuation Patterns แต่ก็สามารถเป็น Reversal Patterns ได้เช่นเดียวกัน

Breakout, Volume and Target

False moves เกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับแพทเทิร์นแบบอื่น ๆ การตัดสินใจซื้อขายเพียงเพราะราคาหลุดออกจากกรอบเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ โดยในเบื้องต้นอาจใช้ 3% เป็นเกณฑ์โดยประมาณ ทั้งนี้ เราควรดู Volume ประกอบเพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยยืนยันด้วย โดยเฉพาะหากเป็นการทะลุกรอบด้านบน จะต้องมี Volume ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เราสามารถวัดราคาเป้าหมายได้โดยการใช้ส่วนที่กว้างที่สุดของ Symmetrical Triangle (ความสูงของส่วนฐานวัดจากกรอบล่างถึงกรอบบน) เป็นระยะเป้าหมายนับจากจุดที่มีการ Breakout อย่างไรก็ตาม ข้อควรสังเกตของ Symmetrical Triangle คือหากราคาวิ่งออกข้างนานจนเกินไป (เข้าสู่ส่วนปลายของสามเหลี่ยม) แรงส่งที่จะทำให้ราคาดีดออกก็มักจะยิ่งมีน้อยลงตามไปด้วย

]]>
http://hoondb.com/symmetrical-triangle/feed/ 0
Higher High – Higher Low – Lower High – Lower Low http://hoondb.com/hh-hl-lh-ll/ http://hoondb.com/hh-hl-lh-ll/#comments Mon, 13 Oct 2014 12:55:53 +0000 http://hoondb.com/?p=7270 Higher High หรือ HH คือการที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ สูงขึ้นกว่าจุดสูงสุดเดิม Lower High หรือ LH คือการที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ ต่ำลงกว่าจุดสูงสุดเดิม

[divide]

LOW: จุดต่ำสุด

Higher Low หรือ HL คือการที่ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ สูงขึ้นกว่าจุดต่ำสุดเดิม Lower Low หรือ LL คือการที่ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ ต่ำลงกว่าจุดต่ำสุดเดิม

 

]]>
HIGH: จุดสูงสุด

Higher High หรือ HH คือการที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ สูงขึ้นกว่าจุดสูงสุดเดิม
Lower High หรือ LH คือการที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ ต่ำลงกว่าจุดสูงสุดเดิม

HH-HL-hoondb
[divide]

LOW: จุดต่ำสุด

Higher Low หรือ HL คือการที่ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ สูงขึ้นกว่าจุดต่ำสุดเดิม
Lower Low หรือ LL คือการที่ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ ต่ำลงกว่าจุดต่ำสุดเดิม

LH-LL-HOONDB

 

]]>
http://hoondb.com/hh-hl-lh-ll/feed/ 0
Head and Shoulders http://hoondb.com/head-and-shoulders/ http://hoondb.com/head-and-shoulders/#comments Sat, 11 Oct 2014 08:46:40 +0000 http://hoondb.com/?p=7009 Head and Shoulders ถ้าให้แปลกันตรง ๆ เลยก็คือ “หัวกับไหล่” เป็นหนึ่งใน Reversal Patterns ที่เรียกได้ว่ามีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง โดยลักษณะที่สำคัญของ Head and Shoulders จะประกอบไปด้วย 3 ยอด ได้แก่ (1) ไหล่ซ้าย (2) หัว และ (3) ไหล่ขวา โดยส่วนหัวจะต้องเป็นยอดที่สูงที่สุด และแน่นอนว่าต้องมีไหล่ครบทั้งสองข้างด้วย ในหลาย ๆ ครั้ง Head and Shoulders อาจมีไหล่ย่อย ๆ เราเรียกแพทเทิร์นแบบนี้ว่า Complex Head and Shoulders

Neckline

Neckline คือแนวรับของ Head and Shoulders ซึ่งเป็นการตีเส้นผ่านฐานของ “ไหล่ซ้าย-หัว” และ “หัว-ไหล่ขวา” โดยไม่จำเป็นต้องตีให้เป็นแนวราบเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ อาจเป็นเส้นที่มีความชันก็ได้หากฐานทั้งสองมีความลึกที่ไม่เท่ากัน (up/down-sloping neckline) โดยการฟอร์มรูปแบบ Head and Shoulders จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าราคาจะสามารถวิ่งทะลุ Neckline ไปได้อย่างชัดเจน (เรียกว่า Breakout) โดยในเบื้องต้นแล้วอาจใช้ 3% เป็นเกณฑ์เพื่อยืนยันการกลับตัวของเทรนด์

False moves เกิดขึ้นได้เสมอ – เมื่อราคาวิ่งทะลุ Neckline ไปแล้วอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่เป็นไปตามทิศทางที่คาดหมายไว้ ซึ่งโดยมากแล้วมักเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง

Head and Shoulders Top/Bottom

รูปที่เห็นด้านบนคือ Head and Shoulders Top ในทางกลับกัน เราเรียก Head and Shoulders ที่กลับหัวกลับหางว่า Head and Shoulders Bottom (Inverted Head and Shoulders) ซึ่งเป็นการกลับตัวขึ้นจากแนวโน้มขาลง (Downtrend) โดยไม่ว่าจะเป็น Top หรือ Bottom ต่างก็มีลักษณะที่สำคัญเหมือนกันตามที่กล่าวไว้ด้านบน จะแตกต่างกันก็เพียงลักษณะของปริมาณการซื้อขาย..

Complex Head and Shoulders

Complex Head and Shoulders มีลักษณะเหมือน Head and Shoulders แบบปกติเลย คือมีหัว มีไหล่ เพียงแต่อาจมีไหล่ซ้าย ไหล่ขวา ส่วนหัว หรือทั้งหมดเพิ่มขึ้นมาอีก โดยไม่จำเป็นว่ายอดที่เพิ่มขึ้นมาจะต้องมีความสูงในระดับเดียวกัน กล่าวคือ เป็น Head and Shoulders ที่มีรูปแบบซับซ้อน

Target

ระยะเป้าหมายของ Head and Shoulders ไม่ว่าจะเป็น Top หรือ ฺBottom คือให้วัดจากยอด (Head) ไปจนถึง Neckline ซึ่งระยะดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายขั้นต่ำของการกลับตัวโดยวัดจากไหล่ขวา ตรงจุดที่ราคาทะลุ Neckline

Volume

Head and Shoulders Top: (1) Volume หรือ ปริมาณการซื้อขาย ในช่วงไหล่ซ้าย (Left Shoulder) จะมีเยอะมาก ก่อนที่จะลดระดับลงไปพร้อม ๆ กับราคา (2) Volume กลับมาเยอะขึ้นอีกครั้งในช่วงที่ราคาทะยานขึ้นทำยอดส่วนหัว (Head) แล้วลดระดับลงไปพร้อม ๆ กับราคาที่มุ่งหน้าเพื่อหา Neckline (3) หากราคาไม่สามารถทำยอดที่สูงกว่าก่อนหน้านี้ได้ ก็จะกลายเป็นไหล่ขวา (Righ Shoulder) ไปโดยปริยาย แต่ในครั้งนี้มี Volume น้อยกว่าทั้งไหล่ซ้ายและส่วนหัว

Head and Shoulders Bottom: จุดที่น่าสังเกตคือช่วงไหล่ขวาซึ่งควรมี Volume มากกว่าปกติเพื่อเป็นการยืนยัน

 

]]>
Head and Shoulders

Head and Shoulders ถ้าให้แปลกันตรง ๆ เลยก็คือ “หัวกับไหล่” เป็นหนึ่งใน Reversal Patterns ที่เรียกได้ว่ามีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง โดยลักษณะที่สำคัญของ Head and Shoulders จะประกอบไปด้วย 3 ยอด ได้แก่ (1) ไหล่ซ้าย (2) หัว และ (3) ไหล่ขวา โดยส่วนหัวจะต้องเป็นยอดที่สูงที่สุด และแน่นอนว่าต้องมีไหล่ครบทั้งสองข้างด้วย ในหลาย ๆ ครั้ง Head and Shoulders อาจมีไหล่ย่อย ๆ เราเรียกแพทเทิร์นแบบนี้ว่า Complex Head and Shoulders

Head and Shoulder Top3 Hoondb

Neckline

Neckline คือแนวรับของ Head and Shoulders ซึ่งเป็นการตีเส้นผ่านฐานของ “ไหล่ซ้าย-หัว” และ “หัว-ไหล่ขวา” โดยไม่จำเป็นต้องตีให้เป็นแนวราบเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ อาจเป็นเส้นที่มีความชันก็ได้หากฐานทั้งสองมีความลึกที่ไม่เท่ากัน (up/down-sloping neckline) โดยการฟอร์มรูปแบบ Head and Shoulders จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าราคาจะสามารถวิ่งทะลุ Neckline ไปได้อย่างชัดเจน (เรียกว่า Breakout) โดยในเบื้องต้นแล้วอาจใช้ 3% เป็นเกณฑ์เพื่อยืนยันการกลับตัวของเทรนด์

False moves เกิดขึ้นได้เสมอ – เมื่อราคาวิ่งทะลุ Neckline ไปแล้วอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่เป็นไปตามทิศทางที่คาดหมายไว้ ซึ่งโดยมากแล้วมักเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง

Head and Shoulders Top/Bottom

รูปที่เห็นด้านบนคือ Head and Shoulders Top ในทางกลับกัน เราเรียก Head and Shoulders ที่กลับหัวกลับหางว่า Head and Shoulders Bottom (Inverted Head and Shoulders) ซึ่งเป็นการกลับตัวขึ้นจากแนวโน้มขาลง (Downtrend) โดยไม่ว่าจะเป็น Top หรือ Bottom ต่างก็มีลักษณะที่สำคัญเหมือนกันตามที่กล่าวไว้ด้านบน จะแตกต่างกันก็เพียงลักษณะของปริมาณการซื้อขาย..

Head and Shoulder Bottom Hoondb

Complex Head and Shoulders

Complex Head and Shoulders มีลักษณะเหมือน Head and Shoulders แบบปกติเลย คือมีหัว มีไหล่ เพียงแต่อาจมีไหล่ซ้าย ไหล่ขวา ส่วนหัว หรือทั้งหมดเพิ่มขึ้นมาอีก โดยไม่จำเป็นว่ายอดที่เพิ่มขึ้นมาจะต้องมีความสูงในระดับเดียวกัน กล่าวคือ เป็น Head and Shoulders ที่มีรูปแบบซับซ้อน

Target

ระยะเป้าหมายของ Head and Shoulders ไม่ว่าจะเป็น Top หรือ ฺBottom คือให้วัดจากยอด (Head) ไปจนถึง Neckline ซึ่งระยะดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายขั้นต่ำของการกลับตัวโดยวัดจากไหล่ขวา ตรงจุดที่ราคาทะลุ Neckline

Volume

Head and Shoulders Top: (1) Volume หรือ ปริมาณการซื้อขาย ในช่วงไหล่ซ้าย (Left Shoulder) จะมีเยอะมาก ก่อนที่จะลดระดับลงไปพร้อม ๆ กับราคา (2) Volume กลับมาเยอะขึ้นอีกครั้งในช่วงที่ราคาทะยานขึ้นทำยอดส่วนหัว (Head) แล้วลดระดับลงไปพร้อม ๆ กับราคาที่มุ่งหน้าเพื่อหา Neckline (3) หากราคาไม่สามารถทำยอดที่สูงกว่าก่อนหน้านี้ได้ ก็จะกลายเป็นไหล่ขวา (Righ Shoulder) ไปโดยปริยาย แต่ในครั้งนี้มี Volume น้อยกว่าทั้งไหล่ซ้ายและส่วนหัว

Head and Shoulders Bottom: จุดที่น่าสังเกตคือช่วงไหล่ขวาซึ่งควรมี Volume มากกว่าปกติเพื่อเป็นการยืนยัน

 

]]>
http://hoondb.com/head-and-shoulders/feed/ 0
Candlestick (กราฟแท่งเทียน) http://hoondb.com/candlestick-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/ http://hoondb.com/candlestick-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/#comments Wed, 01 Oct 2014 13:25:09 +0000 http://hoondb.com/?p=2108 Candlestick หรือ กราฟแท่งเทียน คือ กราฟชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อดูความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ กราฟแท่งเทียนถูกคิดค้นขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Munehisa Homma ในช่วง ค.ศ. 1850 และถูกเผยแพร่ไปสู่ชาวตะวันตกโดยนาย Steve Nison ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Japanese Candlestick Charting Techniques” กราฟแท่งเทียนเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical analysis) มันสามารถบอกรายละเอียดของข้อมูลราคาได้มากกว่ากราฟแบบ Line chart

1 แท่งเทียนประกอบไปด้วยข้อมูล 4 อย่างคือ ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และ ราคาต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด (แท่งเทียนในรูปด้านบนมีระยะเวลาเท่ากับ 1 วัน) เราเรียกช่วงลำตัวของแท่งเทียน (ส่วนสีเขียวและสีแดง) ว่า “Real body” มันคือส่วนต่างของราคาเปิดและราคาปิด แท่งเทียนเป็นสีเขียวแสดงให้เห็นว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (Bullish Candle) และในทางกลับกัน แท่งเทียนที่เป็นสีแดงแสดงให้เห็นว่าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (Bearish Candle) ในบางประเทศอาจใช้แท่งเทียนสีขาวดำแทนสีเขียวแดงเลย หรือหรืออาจใช้สีฟ้าแทนสีเขียวก็ได้

ตัวอย่าง: กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) ด้านล่างเป็นของหุ้น Intuch (บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น) โดย 1 แท่งเทียนมีระยะเวลาเท่ากับ 1 วันเหมือนกับด้านบน แท่งเทียนทั้งหมดในรูปด้านล่างแสดงความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น Intuch ออกมาเป็นกราฟ (ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน)

กราฟแท่งเทียนมีความสำคัญอย่างไร? สามารถเข้าใจได้ง่าย! Canddlestick (แท่งเทียน) แสดงรายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับการข้อมูลของราคาออกมาให้เห็นในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน สามารถเข้าใจได้ง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็ตาม สามารถแสดงจุดเปลี่ยนของราคา (เช่น เทรนด์ แรงซื้อและแรงขาย) ออกมาได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ากราฟแบบอื่น สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ ได้ดีกว่า (Technical tools) สามารถใช้ได้กับทุกตลาดไม่ว่าจะเป็น Stock market, Forex market หรือ Commodity markets

]]>
Candlestick คืออะไร?

Candlestick หรือ กราฟแท่งเทียน คือ กราฟชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อดูความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ กราฟแท่งเทียนถูกคิดค้นขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Munehisa Homma ในช่วง ค.ศ. 1850 และถูกเผยแพร่ไปสู่ชาวตะวันตกโดยนาย Steve Nison ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Japanese Candlestick Charting Techniques” กราฟแท่งเทียนเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical analysis) มันสามารถบอกรายละเอียดของข้อมูลราคาได้มากกว่ากราฟแบบ Line chart

HOONDB.CANDLESTICK

1 แท่งเทียนประกอบไปด้วยข้อมูล 4 อย่างคือ ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และ ราคาต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด (แท่งเทียนในรูปด้านบนมีระยะเวลาเท่ากับ 1 วัน) เราเรียกช่วงลำตัวของแท่งเทียน (ส่วนสีเขียวและสีแดง) ว่า “Real body” มันคือส่วนต่างของราคาเปิดและราคาปิด แท่งเทียนเป็นสีเขียวแสดงให้เห็นว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (Bullish Candle) และในทางกลับกัน แท่งเทียนที่เป็นสีแดงแสดงให้เห็นว่าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (Bearish Candle) ในบางประเทศอาจใช้แท่งเทียนสีขาวดำแทนสีเขียวแดงเลย หรือหรืออาจใช้สีฟ้าแทนสีเขียวก็ได้

ตัวอย่าง: กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) ด้านล่างเป็นของหุ้น Intuch (บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น) โดย 1 แท่งเทียนมีระยะเวลาเท่ากับ 1 วันเหมือนกับด้านบน แท่งเทียนทั้งหมดในรูปด้านล่างแสดงความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น Intuch ออกมาเป็นกราฟ (ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน)

กราฟแท่งเทียนมีความสำคัญอย่างไร?

  • สามารถเข้าใจได้ง่าย! Canddlestick (แท่งเทียน) แสดงรายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับการข้อมูลของราคาออกมาให้เห็นในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน สามารถเข้าใจได้ง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็ตาม
  • สามารถแสดงจุดเปลี่ยนของราคา (เช่น เทรนด์ แรงซื้อและแรงขาย) ออกมาได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ากราฟแบบอื่น
  • สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ ได้ดีกว่า (Technical tools)
  • สามารถใช้ได้กับทุกตลาดไม่ว่าจะเป็น Stock market, Forex market หรือ Commodity markets

candlestickhdb

]]>
http://hoondb.com/candlestick-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/ 0
Hammer & Hanging Man http://hoondb.com/hammer-hanging-man/ http://hoondb.com/hammer-hanging-man/#comments Tue, 03 Dec 2013 14:36:45 +0000 http://hoondb.com/?p=3522 Hammer และ Hanging Man คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนทั้งสองแบบมีรูปร่างเหมือนกันเป๊ะ ๆ แต่ว่ามีความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาก่อนหน้านี้ Hammer และ Hanging Man มีช่วงลำตัวที่ค่อนข้างแคบและมีไส้เทียนลากยาวออกมาไปทางด้านล่าง ด้านบนอาจมีไส้เทียนสั้น ๆ หรือไม่มีก็ได้

Hammer

ในระหว่างที่ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง การเกิดขึ้นของแท่งเทียน Hammer เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าราคาใกล้ถึงจุดต่ำสุดและเตรียมพร้อมกลับตัวขึ้นในไม่ช้า ไส้เทียนที่ยื่นออกมาด้านล่างแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายได้พยามกดราคาให้ต่ำลง แต่ฝั่งผู้ซื้อสามารถต้านไว้ได้และดันราคาปิดให้กลับมาใกล้เคียงกับราคาเปิด อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรเข้าซื้อโดยทันทีหากเห็นแท่ง Hammer ในระหว่างขาลง แต่ควรดูสัญญานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มด้วย

Hanging Man

ในระหว่างที่ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น การเกิดขึ้นของแท่งเทียน Hanging Man เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าราคาใกล้ถึงจุดสูงสุดและเตรียมพร้อมกลับตัวลงในไม่ช้า ไส้เทียนที่ยื่นออกมาด้านล่างแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายได้พยามกดราคาให้ต่ำลง แต่ฝั่งผู้ซื้อสามารถต้านไว้ได้และดันราคาปิดให้กลับมาใกล้เคียงกับราคาเปิด สามารถตีความได้ว่าฝั่งผู้ซื้อเริ่มอ่อนแรงลง โมเมนตั้มที่เป็นปัจจัยในการดันหุ้นขึ้นได้หมดไป อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรรีบขายโดยทันทีหากเห็นแท่ง Hanging Man ในระหว่างขาขึ้น แต่ควรดูสัญญานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มด้วย

จุดสังเกตแท่ง Hammer และ Hanging Man มีไส้เทียนด้านล่างยาวเป็น 2 – 3 เท่าของส่วนลำตัว ด้านบนอาจมีไส้เทียนสั้น ๆ หรือไม่มีก็ได้ ลำตัวของแท่งเทียนอยู่ช่วงบน ๆ ของช่วงราคา สีของแท่งเทียนไม่มีความสำคัญมากซักเท่าไหร่ ]]>
Hammer และ Hanging Man คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนทั้งสองแบบมีรูปร่างเหมือนกันเป๊ะ ๆ แต่ว่ามีความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาก่อนหน้านี้ Hammer และ Hanging Man มีช่วงลำตัวที่ค่อนข้างแคบและมีไส้เทียนลากยาวออกมาไปทางด้านล่าง ด้านบนอาจมีไส้เทียนสั้น ๆ หรือไม่มีก็ได้

hammer hangingman


Hammer

ในระหว่างที่ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง การเกิดขึ้นของแท่งเทียน Hammer เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าราคาใกล้ถึงจุดต่ำสุดและเตรียมพร้อมกลับตัวขึ้นในไม่ช้า ไส้เทียนที่ยื่นออกมาด้านล่างแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายได้พยามกดราคาให้ต่ำลง แต่ฝั่งผู้ซื้อสามารถต้านไว้ได้และดันราคาปิดให้กลับมาใกล้เคียงกับราคาเปิด อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรเข้าซื้อโดยทันทีหากเห็นแท่ง Hammer ในระหว่างขาลง แต่ควรดูสัญญานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มด้วย

hammer


Hanging Man

ในระหว่างที่ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น การเกิดขึ้นของแท่งเทียน Hanging Man เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าราคาใกล้ถึงจุดสูงสุดและเตรียมพร้อมกลับตัวลงในไม่ช้า ไส้เทียนที่ยื่นออกมาด้านล่างแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายได้พยามกดราคาให้ต่ำลง แต่ฝั่งผู้ซื้อสามารถต้านไว้ได้และดันราคาปิดให้กลับมาใกล้เคียงกับราคาเปิด สามารถตีความได้ว่าฝั่งผู้ซื้อเริ่มอ่อนแรงลง โมเมนตั้มที่เป็นปัจจัยในการดันหุ้นขึ้นได้หมดไป อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรรีบขายโดยทันทีหากเห็นแท่ง Hanging Man ในระหว่างขาขึ้น แต่ควรดูสัญญานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มด้วย

hanging man


จุดสังเกตแท่ง Hammer และ Hanging Man

  • มีไส้เทียนด้านล่างยาวเป็น 2 – 3 เท่าของส่วนลำตัว
  • ด้านบนอาจมีไส้เทียนสั้น ๆ หรือไม่มีก็ได้
  • ลำตัวของแท่งเทียนอยู่ช่วงบน ๆ ของช่วงราคา
  • สีของแท่งเทียนไม่มีความสำคัญมากซักเท่าไหร่
]]>
http://hoondb.com/hammer-hanging-man/feed/ 0
Doji http://hoondb.com/doji/ http://hoondb.com/doji/#comments Sun, 01 Dec 2013 14:58:46 +0000 http://hoondb.com/?p=3430 Doji คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนแบบ Doji จะมีลักษณะเป็นรูปเครื่องหมายบวก หรือรูปตัว T ตามรูปภาพด้านล่างจะเห็นได้ว่าแท่งเทียนรูป Doji ไม่มีช่วงลำตัว นั่นหมายความว่าราคาปิดและราคาเปิดจะอยู่ที่ระดับเดียวกันพอดี

แท่งเทียน Doji บ่งชี้ว่าตลาดยังมีความไม่แน่ใจ มีความลังเล ดังนั้นการเกิดขึ้นของแท่งเทียน Doji ในระหว่างแนวโน้มขาขึ้นอาจเป็นสัญญานว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังสูญเสียความมั่นใจ เช่นเดียวกับการเกิดแท่งเทียน Doji ในช่วงขาลงที่อาจเป็นสัญญานบ่งบอกว่าฝั่งผู้ขายกำลังสูญเสียความมั่นใจ

เราสามารถแบ่งแท่งเทียน Doji ออกได้เป็น 4 แบบ ได้แก่ Long-Legged Doji, Dragonfly Doji, Gravestone Doji และ Four Price Doji โดยแท่ง Doji แบบธรรมดาสามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า Neutral Doji ซึ่งจะคล้าย ๆ กับ Long-Legged Doji เพียงแต่ว่ามีไส้เทียนที่สั้นกว่า จึงมีลักษณะเหมือนกับเครื่องหมายบวกมากกว่า (+)

Four types of Doji

Long-Legged Doji – แสดงถึงความลังเลเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีการไล่ราคาขึ้นลงแต่ก็กลับมาปิดที่ราคาเดิม Dragonfly Doji – อาจเป็นสัญญานบ่งบอกการกลับตัวหรือว่าการใกล้จบของแนวโน้มขาลง Gravestone Doji – อาจเป็นสัญญานบ่งบอกการกลับตัวหรือว่าการใกล้จบของแนวโน้มขาขึ้น Four Price Doji – แสดงถึงความลังเลถึงขีดสุดหรือว่ามีวอลุ่มซื้อขายที่น้อยมาก ควรหลีกเลี่ยง!

]]>
Doji คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนแบบ Doji จะมีลักษณะเป็นรูปเครื่องหมายบวก หรือรูปตัว T ตามรูปภาพด้านล่างจะเห็นได้ว่าแท่งเทียนรูป Doji ไม่มีช่วงลำตัว นั่นหมายความว่าราคาปิดและราคาเปิดจะอยู่ที่ระดับเดียวกันพอดี

แท่งเทียน Doji บ่งชี้ว่าตลาดยังมีความไม่แน่ใจ มีความลังเล ดังนั้นการเกิดขึ้นของแท่งเทียน Doji ในระหว่างแนวโน้มขาขึ้นอาจเป็นสัญญานว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังสูญเสียความมั่นใจ เช่นเดียวกับการเกิดแท่งเทียน Doji ในช่วงขาลงที่อาจเป็นสัญญานบ่งบอกว่าฝั่งผู้ขายกำลังสูญเสียความมั่นใจ

Doji

เราสามารถแบ่งแท่งเทียน Doji ออกได้เป็น 4 แบบ ได้แก่ Long-Legged Doji, Dragonfly Doji, Gravestone Doji และ Four Price Doji โดยแท่ง Doji แบบธรรมดาสามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า Neutral Doji ซึ่งจะคล้าย ๆ กับ Long-Legged Doji เพียงแต่ว่ามีไส้เทียนที่สั้นกว่า จึงมีลักษณะเหมือนกับเครื่องหมายบวกมากกว่า (+)


Four types of Doji

Long-Legged Doji – แสดงถึงความลังเลเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีการไล่ราคาขึ้นลงแต่ก็กลับมาปิดที่ราคาเดิม
Dragonfly Doji – อาจเป็นสัญญานบ่งบอกการกลับตัวหรือว่าการใกล้จบของแนวโน้มขาลง
Gravestone Doji – อาจเป็นสัญญานบ่งบอกการกลับตัวหรือว่าการใกล้จบของแนวโน้มขาขึ้น
Four Price Doji – แสดงถึงความลังเลถึงขีดสุดหรือว่ามีวอลุ่มซื้อขายที่น้อยมาก ควรหลีกเลี่ยง!

]]>
http://hoondb.com/doji/feed/ 0
Marubozu http://hoondb.com/marubozu/ http://hoondb.com/marubozu/#comments Thu, 28 Nov 2013 08:25:03 +0000 http://hoondb.com/?p=3392 Marubozu คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนแบบ Marubozu จะมีแค่ช่วงลำตัวอย่างเดียว ไม่มีไส้เทียนยื่นออกมาจากทั้งด้านบนและด้านล่าง บางคนเรียกว่า “แท่งตัน” Marubozu บ่งชี้ว่ามีแรงจากฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งเข้ามามากจนทำให้การซื้อขายเป็นไปในทิศทางเดียวตลอดระยะเวลาของช่วงแท่งเทียนนั้น ๆ

Marubozu สีเขียวแสดงให้เห็นว่า ราคาเปิดคือราคาต่ำสุด และ ราคาปิดคือราคาสูงสุด แท่ง Marubozu สีเขียวจึงเป็นแท่งเทียนที่บ่งบอกถึงภาวะกระทิง (Bullish) ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถเห็นได้ชัดว่าฝั่งซื้อเป็นผู้ควบคุมราคาตลอดระยะเวลาของช่วงแท่งเทียน

Marubozu สีแดงแสดงให้เห็นว่า ราคาเปิดคือราคาสูงสุด และ ราคาปิดคือราคาต่ำสุด แท่ง Marubozu สีแดงจึงเป็นแท่งเทียนที่บ่งบอกถึงภาวะหมี (Bearish) ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถเห็นได้ชัดว่าฝั่งขายเป็นผู้ควบคุมราคาตลอดระยะเวลาของช่วงแท่งเทียน

]]>
Marubozu คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนแบบ Marubozu จะมีแค่ช่วงลำตัวอย่างเดียว ไม่มีไส้เทียนยื่นออกมาจากทั้งด้านบนและด้านล่าง บางคนเรียกว่า “แท่งตัน” Marubozu บ่งชี้ว่ามีแรงจากฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งเข้ามามากจนทำให้การซื้อขายเป็นไปในทิศทางเดียวตลอดระยะเวลาของช่วงแท่งเทียนนั้น ๆ

Marubozu

Marubozu สีเขียวแสดงให้เห็นว่า ราคาเปิดคือราคาต่ำสุด และ ราคาปิดคือราคาสูงสุด แท่ง Marubozu สีเขียวจึงเป็นแท่งเทียนที่บ่งบอกถึงภาวะกระทิง (Bullish) ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถเห็นได้ชัดว่าฝั่งซื้อเป็นผู้ควบคุมราคาตลอดระยะเวลาของช่วงแท่งเทียน

Marubozu สีแดงแสดงให้เห็นว่า ราคาเปิดคือราคาสูงสุด และ ราคาปิดคือราคาต่ำสุด แท่ง Marubozu สีแดงจึงเป็นแท่งเทียนที่บ่งบอกถึงภาวะหมี (Bearish) ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถเห็นได้ชัดว่าฝั่งขายเป็นผู้ควบคุมราคาตลอดระยะเวลาของช่วงแท่งเทียน

]]>
http://hoondb.com/marubozu/feed/ 0
Spinning top http://hoondb.com/spinning-top/ http://hoondb.com/spinning-top/#comments Wed, 27 Nov 2013 17:02:08 +0000 http://hoondb.com/?p=3359 Spinning top คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนแบบ Spinning top จะมีไส้เทียนที่ค่อนข้างยาว และมีช่วงลำตัวสั้น ๆ อยู่ตรงกลางระหว่างไส้เทียนด้านบนและด้านล่าง Spinning top บ่งชี้ว่าแรงซื้อและแรงขายมีเท่า ๆ กัน ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบ ราคาปิดไม่แตกต่างจากราคาเปิดอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่มีฝั่งไหนเป็นผู้ชนะ ตลาดยังคงมีความลังเล ไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม Spinning top มีไส้เทียนที่ยาวออกมาจากลำตัวก็แสดงให้เห็นว่า มีความได้เปรียบเกิดขึ้นทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ระยะเวลาใดเวลาหนึ่งของช่วงแท่งเทียนนั้น ๆ การเกิดขึ้นของแท่งเทียน Spinning top อาจเป็นสัญญาน Pending reversal หรือจุดกลับตัวได้ ความลังเลที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายอาจกำลังสูญเสียโมเมนตัมในระหว่างขาขึ้นหรือขาลง

]]>
Spinning top คือ รูปแบบของแท่งเทียน (Candlesticks pattern) โดยแท่งเทียนแบบ Spinning top จะมีไส้เทียนที่ค่อนข้างยาว และมีช่วงลำตัวสั้น ๆ อยู่ตรงกลางระหว่างไส้เทียนด้านบนและด้านล่าง Spinning top บ่งชี้ว่าแรงซื้อและแรงขายมีเท่า ๆ กัน ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบ ราคาปิดไม่แตกต่างจากราคาเปิดอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่มีฝั่งไหนเป็นผู้ชนะ ตลาดยังคงมีความลังเล ไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน

_spinning top

อย่างไรก็ตาม Spinning top มีไส้เทียนที่ยาวออกมาจากลำตัวก็แสดงให้เห็นว่า มีความได้เปรียบเกิดขึ้นทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ระยะเวลาใดเวลาหนึ่งของช่วงแท่งเทียนนั้น ๆ การเกิดขึ้นของแท่งเทียน Spinning top อาจเป็นสัญญาน Pending reversal หรือจุดกลับตัวได้ ความลังเลที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายอาจกำลังสูญเสียโมเมนตัมในระหว่างขาขึ้นหรือขาลง

]]>
http://hoondb.com/spinning-top/feed/ 0