หุ้นคืออะไร?


หุ้นคือหลักทรัพย์ประเภทหนึ่ง…

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าหุ้นคืออะไร ทำไมถึงต้องมีหุ้นด้วย? บทความนี้จะอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับหุ้นให้อ่านแบบง่าย ๆ หากต้องการความหมายของหุ้นให้อ่านตรงนี้ก่อน! ลองสมมุติดูว่าคุณต้องการจะทำธุรกิจร้านอาหารไทย โดยคำนวนและตัดสินใจแล้วว่าจะต้องลงทุนเป็นเงินทั้งหมด 10 ล้านบาทเพื่อที่จะจัดตั้งบริษัทและเปิดร้านอาหารแห่งนี้ได้ คุณแบ่งบริษัทของคุณเป็น 1000 ส่วน หรือ 1000 หุ้น และกำหนดราคาไว้ที่หุ้นละ 1 หมื่นบาท หากสามารถขายหุ้นทั้งหมดให้กับเพื่อนหรือครอบครัวของคุณก็จะได้รับเงินเป็นจำนวน 10 ล้านบาท (1000 หุ้น x 1 หมื่นบาท) เป็นทุนสำหรับเปิดบริษัท

ถ้าในปีแรกร้านอาหารของคุณได้กำไรเป็นจำนวน 1 ล้านบาท หลังจากหักภาษีแล้ว หุ้นแต่ละหน่วยก็จะได้รับผลตอบแทน 1 ส่วน 1000 (1/1000) ของกำไร คุณจะต้องเอา 1 ล้านบาทที่เป็นกำไรมาหาร 1 พันซึ่งเป็นจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท กำไรต่อหุ้น หรือ Earnings per share ก็จะเท่ากับ 100 บาท หลังจากนั้นก็จะมีการเรียกประชุม คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) เพื่อตัดสินใจว่าจะใช้เงินในการ จ่ายเงินสดปันผล (Cash Dividend), ซื้อหุ้นคืน (Stock Repurchase) หรือว่านำไปขยายกิจการต่อไป

เมื่อถึงจุดนึง คุณมีความต้องการที่จะขายหุ้นของกิจการร้านอาหารไทยที่คุณได้เปิดขึ้นมา โดยถ้าบริษัทใหญ่มากพอและผ่านหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของ ตลาดหลักทรัพย์ คุณก็จะสามารถนำหุ้นเข้าไปซื้อขายในตลาดได้ (IPO) สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคือการซื้อขาย นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้โดยผ่าน โบรกเกอร์ โดยบอกกับตลาดว่าพวกเขาสนใจที่จะซื้อขายหุ้นของบริษัทใดบริษัทนึง หรือที่เราเรียกว่าการส่งคำสั่งซื้อขาย ตลาดก็จะจับคู่ซื้อขายให้กับนักลงทุนพร้อมกับคิด ค่าคอมมิสชั่น (commision) สำหรับดำเนินการ

ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทระดับหมื่นล้านหรือบริษัทเล็ก ๆ ผู้ถือหุ้นทุกคนคือเจ้าของบริษัทเหมือนกัน (ตามสัดส่วนที่ถือครอง) โดยราคาของหุ้นที่อยู่ในตลาดไม่แตกต่างจากการประมูลสินค้า นักลงทุนเช่นคุณกำลังตัดสินใจที่จะซื้อ หรือขายหุ้นอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นหุ้น DTAC (บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น) อยู่ที่ราคา 100 บาทต่อหุ้นในตอนนี้ หากมีคนต้องการขายมัน แต่ดันไม่มีใครอยากซื้อที่ราคานี้ ราคาหุ้น DTAC ก็จะตกลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีใครซักคนเข้ามาช้อนซื้อ และในทางกลับกันสมมุติว่านักลงทุนส่วนใหญ่เห็นว่า DTAC สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและคาดว่าจะมีกำไรมากมายในอนาคต ราคาหุ้น DTAC ก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะมีคนต้องการซื้อในราคาที่สูงกว่าตอนนี้ หรือ หากมีนักลงทุนรายใหญ่เทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้มี Supply มากกว่า Demand ชั่วขณะ ก็สามารถส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลดลงได้เช่นกัน

สรุปแล้ว หุ้นคือ หลักทรัพย์หรือหน่วยของบริษัทที่บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของในตัวบริษัทนั้น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถมีทั้งกำไรและขาดทุนได้ขึ้นอยู่กับกิจการของบริษัทว่าดำเนินไปได้ด้วยดี มีอนาคตหรือเปล่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นมีเยอะแยะมากมาย ราคาของหุ้นจึงอาจไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของมันก็เป็นได้ ซึ่งคำว่า “มูลค่าที่แท้จริง” หรือ “Intrinsic Value” ของหุ้นแต่ละตัวก็ต้องไปตีความกันอีกที เพราะความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับราคาหุ้น…