โบรกเกอร์ไหนดี !? วิธีเลือกโบรกเกอร์สำหรับมือใหม่ (เล่นหุ้น)


วิธีการเลือกและพิจารณาโบรกเกอร์อย่างละเอียด

สำหรับมือใหม่: โบรกเกอร์คืออะไร? ทำไมต้องมีโบรกเกอร์ด้วย? โบรกเกอร์คือคนกลางหรือที่เราเรียกว่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์ คุณไม่สามารถซื้อขายโดยตรงจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้! นักลงทุนจะต้องมี พอร์ตหุ้น ก่อนที่จะเริ่มต้นซื้อขายหุ้นได้ ซึ่งเราสามารถมีพอร์ตหุ้นได้โดยการไปเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับโบรกเกอร์ ลองคลิกอ่าน ความหมายของคำว่าโบรกเกอร์ ตรงนี้ก่อน


โบรกเกอร์ไม่ชั่วร้าย !! หลาย ๆ คนอาจเคยอ่านเจอว่าโบรกเกอร์ไม่ดีมั่งอะไรมั่ง คำติเหล่านั้นอาจเป็นความจริงในบางส่วนแต่ก็คงไม่ทั้งหมด โบรกเกอร์ต้องการพวกคุณในการสร้างรายได้ (ค่าคอม) ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากโบรกเกอร์อยากที่จะทำการค้ากับคุณไปเรื่อย ๆ พวกเขาไม่ได้ต้องการทำให้คุณเจ๊งเลย! ลองคิดดูว่าถ้าคุณเสียเงินทั้งหมดไปกับการเล่นหุ้น โบรกเกอร์ก็จะเสียคุณซึ่งเป็นลูกค้าไปเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะสมกับตัวคุณก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน


5 ข้อสำคัญสำหรับการพิจารณาเลือกโบรกเกอร์

คุณทราบหรือไม่ว่ามีโบรกเกอร์ประมาณ 30 บริษัทที่พร้อมให้บริการกับคุณ! การค่อย ๆ นั่งเลือกโบรกเกอร์ที่พอใจและเหมาะสมสำหรับตัวคุณอาจเป็นเรื่องที่กินเวลาและน่าปวดหัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากไม่รู้ว่าต้องมองหาอะไรบ้าง ข้างล่างนี้เราจะอธิบายถึงสิ่งที่สำคัญสำหรับการพิจารณาเลือกโบรกเกอร์

1. ความปลอดภัย

ความปลอดภัยคือสิ่งแรกที่คุณต้องดูก่อนเลือกโปรกเกอร์ คุณคงไม่อยากจะฝากเงินไว้กับคนที่เคลมว่า “ปลอดภัย 100% ปราศจากความเสี่ยง” ใช่มั้ย? โชคดีที่การหาโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้เป็นเรื่องไม่ยากนัก เพราะโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ต้องมีใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการและเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณสามารถดูรายชื่อโบรกเกอร์ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือจากแถบเมนูทางด้านซ้ายมือเลยก็ได้

2. ค่าคอมมิสชั่น

ไม่ว่าคุณจะเทรดหุ้นด้วยวิธีไหน ชอบหรือไม่ก็ตาม คุณจะถูกเรียกเก็บเงินค่าคอมมิสชั่นทุกครั้งที่ได้ทำการซื้อขาย ดังนั้นคุณควรจะหาข้อมูลและเปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ ของแต่ละโบรกเกอร์ แต่ละประเภทของบัญชี บางโบรกเกอร์ไม่คิดค่าคอมมิสชั่นขั้นต่ำต่อวัน ลองคลิกอ่านความหมายของคำว่า ค่าคอมมิสชั่น ก่อนได้ที่นี่ หรือ ดูค่าคอมมิสชั่นขั้นต่ำของแต่ละโบรกเกอร์ ได้ที่นี่เลย

3. การฝากและถอนเงิน

โบรกเกอร์ที่ดีต้องสามารถฝากเงินเข้าไปและถอนเงินออกมาได้ง่าย ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่โบรกเกอร์จะต้องทำให้การฝากและถอนเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะเหตุผลเดียวที่โบรกเกอร์ถือเงินคุณเอาไว้คือเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการเทรด หากขั้นตอนเหล่านี้ยุ่งยากก็ควรมองข้ามโบรกเกอร์นั้นไปได้เลย

4. Customer Service

ไม่มีใครหรือบริษัทไหนจะเพอร์เฟคไปทั้งหมด คุณจะต้องเลือกโบรกเกอร์ที่สามารถติดต่อได้รวดเร็ว สามารถแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น บางโบรกเกอร์บริการอย่างดีในขั้นตอนการเปิดบัญชี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าบริการหลังจากนั้นจะดีตามไปด้วย โบรกเกอร์ที่ดีต้องมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และจัดการคำสั่งซื้อขายของลูกค้าด้วยบริการที่ดีและรวดเร็ว รวมไปถึงการให้คำแนะนำและตอบคำถามของนักลงทุนมือใหม่อย่างเต็มใจด้วย

5. บริการอื่น ๆ

บริการอื่น ๆ เช่นบทวิเคราะห์ และ รายงานวิจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประจำวัน สัปดาห์ หรือ เดือน โบรกเกอร์ที่ดีต้องมีการอัพเดทข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและครบถ้วน มีโปรแกรมดูหุ้น หรือ แอพพลิเคชั่นมือถือสำหรับอำนวยความสะดวกมั้ย? ห้องค้าหลักทรัพย์ของโบรกเกอร์มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้หรือเปล่า? มีข้อมูลข่าวอัพเดทจากสำนักข่าวต่าง ๆ หรือเปล่า? ลองตรวจสอบและเปรียบเทียบบริการเสริมอื่น ๆ ของแต่ละโบรกเกอร์ที่อาจให้ประโยชน์กับคุณได้


ขั้นตอนสุดท้ายกับการเลือกโบรกเกอร์

หลังจากที่ได้หาข้อมูลต่าง ๆ พิจารณา เปรียบเทียบ และตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่คุณหามาอีกทีเพื่อความแน่ใจด้วย (รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) คุณควรสอบถามข้อมูลจากทางโบรกเกอร์นั้น ๆ โดยตรงหากมีข้อสงสัยใด ๆ